หุงข้าวแบบข้าวน้อยมากได้ไหม ? จะไหม้มั้ย ?

ปกติแล้วเราหุงข้าวก็มักจะหุงด้วยปริมาณข้าวสารที่หุงแล้วจะเต็มหม้อพอดี (ข้าวสารประมาณ 700 กรัม) …. วันนี้ผมอยากทดลองอะไรหน่อย บังเอิญมีข้าวสารเหลืออยู่ถุงเล็ก 112 กรัมครับ (ปริมาณแค่ผ่ามือ) จึงลองมาหุงดูเผื่อบางท่านอยากจะทราบว่าถ้าเราหุงข้าวในหม้อหุงข้าวด้วยข้าวสารปริมาณน้อยมาก ข้าวจะไหม้หรือเปล่า ?

ภาพปริมาณข้าวสาร 112 กรัม ผมลืมถ่ายรูปไว้  แต่ปริมาณแค่นี้เองครับ (มากกว่านี้นิดเดียวเท่านั้น)

คำตอบคือหุงได้ครับ  คุณภาพของข้าวดีตามปกติเลย

อันนี้คือก่อนหุง  ปริมาณข้าวสารอยู่ติดก้นหม้อเพียงนิดเดียว ให้ใส่น้ำปริมาณสูงประมาณ 1 ข้อนิ้วมือครับ

ผ่านไปประมาณ 8 นาทีก็เดือดจนน้ำเริ่มแห้งแล้ว

ผ่านไป 14 นาทีหม้อข้าวตัดการทำงานครับ  ข้าวสุกแบบหุงปกติเลย

ปริมาณข้าวสวยได้ประมาณนี้

ชั่งน้ำหนักข้าวสวยได้ 475 กรัม …. จากข้าวสารเพียง 112 กรัม  (ปกติแล้วปริมาณที่เรากินข้าว 1 จานคือ 250 กรัม)

ก็เป็นข้อมูลให้ครับเผื่อบางท่านอยากจะหุงกินเองในปริมาณน้อยมากก็ไม่ต้องกลัวข้าวไหม้ติดก้นหม้อ


ต่อไปขอแถมเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ให้ครับ  หม้อหุงข้าวตัดไฟเองได้อย่างไรเมื่อข้าวสุก ?

มาดูอุปกรณ์สำคัญกันก่อน …. นี่คือสวิทช์แม่เหล็ก

ภาพชัด ๆ ของสวิทช์แม่เหล็ก

หลักการทำงานว่าหม้อข้าวมันรู้ได้อย่างไรว่าข้าวสุกและตัดไฟ  ขออธิบายตามภาพกัน

หุงข้าวเอง ประหยัดได้แค่ไหน ?

ท่านที่ซื้อ “ข้าวสวยถุง” ตามตลาดก็คงจะเห็นราคากันมานานแล้ว ราคาเฉลี่ยก็ 7 – 10 บาทแล้วแต่ทำเลของตลาดนั้น ผมก็อยู่มา 2 ย่านก็คือปิ่นเกล้า-ตลิ่งชันและนนทบุรี ข้าวถุงราคา 7 บาทไม่เห็นนานแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็ 10 บาททั้งนั้น

อันนี้เป็นภาพจากอินเตอร์เน็ต  ส่วนใหญ่ถ้าเป็นข้าวแข็งก็คือเป็นข้าวขาวหรือข้าวเสาไห้ถุงละ 10 บาทส่วนใหญ่ก็จะให้ 3 ก้อนแบบถุงตรงกลาง (1 ถุง 320 – 350 กรัม)  ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิก็จะให้ 2 ก้อน (1 ถุง 250 กรัม) ตามภาพนี้ครับ


ทีนี้มาดูกันว่าถ้าเราหุงข้าวกินเองที่บ้านจะมีต้นทุนเท่าไหร่เทียบกับราคาที่เค้าขายกัน ?  

ข้าวที่ผมหุงประจำก็คือข้าวเสาไห้ตราฉัตรตามภาพนี้  ราคาจะขึ้นลงเล็กน้อยแต่เฉลี่ยแล้วถุง 5 กิโลกรัมราคาถุงละ 100 บาทครับ (ราคาของ 7-11)


ตามภาพด้านล่างนี้คือข้าวที่ผมหุงกินเป็นประจำ  ก็คือจะหุงเต็มหม้อและมัดใส่ถุงเก็บเข้าตู้เย็นไว้ (บอกตรง ๆ ว่าขี้เกียจ 😁😂🤣)  คือผมอยู่คนเดียว กินข้าววันละ 2 มื้อ มื้อละ 200 กรัม  ดังนั้นจึงคำนวนการหุงข้าวให้ได้ข้าวสวยถุงละ 400 กรัมเพื่อจะได้กินวันละ 1 ถุง …. ข้าวสารถุงตรงกลางนี้คือข้าวเสาไห้ตราฉัตร 700 กรัม เมื่อหุงแล้วจะได้ข้าาสวยถุงละ 400 กรัมทั้งหมด 6 ถุงครับ
 ตัวเลขทั้งหมดนี้ชั่งแบบเป๊ะด้วยเครื่องชั่ง Digital

ดังนั้น ถ้าหากท่านหุงข้าวกินเองที่บ้านก็จะคำนวณต้นทุนได้จากตัวเลขข้างบนที่ผมทำจริง  ได้ว่า ….
1. ข้าวสาร 700 กรัม จะหุงได้ข้าวสวยจำนวน (6×400) = 2,400 กรัม
2. ข้าวถุง 5 กิโลกรัม 100 บาท …. ดังนั้นข้าวสาร 700 กรัม = 100×(700/5,000) = 14 บาท
3. ข้าวสาร 14 บาทได้ข้าวสวย 2,400 กรัม
4. ดังนั้น หากคิดเทียบเท่าข้าวถุง 320 กรัมที่ขายกันในตลาด …. หุงเองจะมีต้นทุนเพียงถุงละ 14×(320/2,400) = 1.867 บาท

หากคิดละเอียดโดยบวกค่าไฟของหม้อหุงข้าวเข้าไปด้วย หม้อหุงข้าวขนาด 1.8 ลิตรกินไฟ 800 วัตต์ อย่างของผมใส่น้ำตามปกติข้าวไม่แข็งและไม่แฉะเกินไปใช้เวลาหุงครึ่งชั่วโมงพอดี ดังนั้นหุงข้าวได้จำนวน 6 ถุง 2,400 กรัมนี้จะเสียค่าไฟทั้งสิ้น 0.8×0.5×4.1 = 1.64 บาท


แต่ค่าไฟ 1.64 บาทมันคือการหุงข้าวปริมาณเต็มหม้อ ดังนั้นจึงคิดเป็นค่าไฟต่อข้าวหนึ่งถุง 320 กรัมได้ลำบาก (เทียบอัตราส่วนแบบ linear ไม่ได้)  ดังนั้นจึงขอประมาณการเอาแล้วกันครับ ….

 สรุปแล้วถ้าหุงข้าวกินเอง  ข้าวแข็ง 1 ถุง 320 – 350 กรัมจะมีต้นทุนประมาณ 2 บาทเท่านั้น  แต่ที่ขายกันคือถุงละ 10 บาท

ผมเคยไปคุยกับแม่ค้าขายข้าวมา 2 ตลาด เขาขายได้หมดทุกวันวันละประมาณ 80 – 120 ถุง  ซึ่งผมก็มาคิดต่อเองว่านั่นก็คือได้กำไรวันละประมาณ 800 ถึงเกือบ 1,000 บาทเลย  และที่สำคัญก็คือข้าวที่ขายในตลาดนั้นข้าวขาวหรือข้าวเสาไห้ของแม่ค้าจะมีต้นทุนถูกกว่านี้เพราะเขาซื้อเป็นกระสอบ 50 กิโลกรัม และใช้วิธีนึ่งด้วยไอน้ำ ประหยัดกว่าค่าไฟแน่นอนครับ

จึงมาแชร์เป็นข้อมูลให้ทราบครับ เผื่อบางท่านอยากจะทราบ