ระเบิด Thermobaric

Thermobaric bomb นั้น  การระเบิดของอาวุธแบบนี้  จะไม่ได้ระเบิดแบบพวกปืนใหญ่ หรือ Missile ธรรมดาที่ใช้ดินระเบิดแรงสูง (High Explosive : HE)   แต่จะเป็นสารระเบิดแบบที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้อย่างรุนแรง และ ใช้ Oxygen สูงมาก  อาวุธแบบนี้เมื่อระเบิดที่เป้าหมายแล้วพวกสิ่งปลูกสร้างอาจไม่เสียหายมากเท่าไหร่   แต่มันจะเกิดไฟเผาไหม้ขนาดยักษ์จนเกิดการแผ่รังสีความร้อนเข้าไปถึงซอกมุมด้านในที่มีคนหลบอยู่  ทำให้คนข้างในบาดเจ็บ/ตายและ  และที่สำคัญคือมันจะใช้อากาศไปในการเผาไหม้จนความกดอากาศบริเวณนั้นลดต่ำลงอย่างมากทำให้เกิดสภาพเกือบสูญญากาศข้างในอาคาร ฐานใต้ดิน ทำให้คนในนั้นบาดเจ็บได้มากครับ

ภาพนี้แสดงถึง negative pressure จากการเผาไหม้ของอาวุธ thermobaric  ซึ่ง negative pressure ที่ลดต่ำมาก ๆ ทำให้คนบาดเจ็บได้มากเช่น  อาการปอดฉีก  ตาถลน  หูหนวก  ตาบอด

สำหรับกรณีที่ท่านเจ้าของกระทู้ถามมา ก็คงหมายถึงเปลวไฟร้อนแรงอันมหาศาลของระเบิดประเภทนี้ครับ ซึ่งก็แน่นอนว่ามันฆ่าเชื้อไวรัสได้เพราะเปลวไฟและการเผาไหม้จะร้อนและนานกว่าระเบิดทั่วไป

ระเบิด EMP

ระเบิด EMP เป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มุ่งเน้นทำลายชีวิตคนหรือทำลายโครงสร้างอาคาร แต่มุ่งทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ระเบิดชนิดนี้สามารถทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้งานไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไฟดับไปครึ่งเมืองเหมือนอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์นะครับ หลักการทำงานของระเบิดชนิดนี้ขออธิบายตามภาพ

ขีปนาวุธของรัสเซียใช้ “หลอดสูญญากาศ”

เมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม 2569 ทางยูเครน ได้มีการเก็บซากของขีปนาวุธรัสเซียและพบ “หลอดสูญญากาศ” ในซากจรวด Oreshnik 

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางวิศวกรรมได้วิเคราะห์แล้ว นเป็นหลอด “Krytron” ซึ่งหน้าที่ของหลอด Krytron นี้เป็นตัวกำเนิดความถี่สูง (high-frequency resonator) ที่ทำงานได้โดยมีกำลัง output ที่สูงมากกว่าอุปกรณ์ประเภท Solid state  

และที่สำคัญก็คืออุปกรณ์แบบหลอดมีภูมิต้านทานเกี่ยวกับการรบกวนจากภายนอกครับ  ซึ่งการรบกวนที่สำคัญที่สุดก็คือจาก EMP  ดังนั้นแนวคิดของรัสเซียจะใช้หลอดสูญญากาศปนมาในวงจรบางส่วนเพื่อให้มันต้านทาน EMP ได้ดีกว่าพวกอุปกรณ์ Solid state (Transistor , MOSFET , ICs) …. ดังนั้น การพบหลอดชนิดนี้ในจรวด Oreshnik มิใช่ว่าจะเป็นเรื่อง “โป๊ะแตก” แต่อย่างใด  ว่ากันตรง ๆ ก็เป็นความชาญฉลาดและเป็นแนวทางการออกแบบที่ดีเสียด้วยนะ

และการที่พบอุปกรณ์ยุคเก่าแบบหลอดสุญญากาศก็มิใช่สรุปไปว่าจรวดตัวนี้ไม่มีระบบนำวิถี มันคนละเรื่องกันเลยครับ อุปกรณ์หลอดสูญญากาศทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ในเครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์เพราะมันทนกำลังได้สูง และก็ใช้ในวงการทหารเพราะมันทนอุณหภูมิ + แรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนได้สูงครับ

จากภาพนี้จะเห็นว่าหลอด Krytron มีคุณสมบัติในระดับเกรดทหาร ก็คือทนอุณหภูมิได้ช่วงกว้างมาก ใช้ที่ความสูงได้มากกว่า 20 กิโลเมตร ทนแรงกระแทกได้สูงถึง 1,000 – 3,000G ดังนั้นก็ไม่แปลกใจที่หลอดชนิดนี้จะถูกพบในอาวุธประเภทขีปนาวุธอย่างนี้


นอกจากนั้นก็ยังตรวจพบด้วยว่า ระบบนำทางเฉื่อย (Inertia guidance system ของจรวด Oreshnik นี้ใช้ Gyroscope รุ่นเดียวกับที่ใช้ในยานของโซเวียตสมัยตั้งแต่ Yuri Gagarin !! …. อันนี้ก็บ่งบอกถึงสไตล์การออกแบบของรัสเซียอย่างชัดเจนว่า อะไรที่ดีและแข็งแกร่งอยู่แล้วก็ใช้ต่อไป

ภาพหลอด Krytron ที่พบในซากจรวด Oreshnik