หุงข้าวเอง ประหยัดได้แค่ไหน ?

ท่านที่ซื้อ “ข้าวสวยถุง” ตามตลาดก็คงจะเห็นราคากันมานานแล้ว ราคาเฉลี่ยก็ 7 – 10 บาทแล้วแต่ทำเลของตลาดนั้น ผมก็อยู่มา 2 ย่านก็คือปิ่นเกล้า-ตลิ่งชันและนนทบุรี ข้าวถุงราคา 7 บาทไม่เห็นนานแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็ 10 บาททั้งนั้น

อันนี้เป็นภาพจากอินเตอร์เน็ต  ส่วนใหญ่ถ้าเป็นข้าวแข็งก็คือเป็นข้าวขาวหรือข้าวเสาไห้ถุงละ 10 บาทส่วนใหญ่ก็จะให้ 3 ก้อนแบบถุงตรงกลาง (1 ถุง 320 – 350 กรัม)  ถ้าเป็นข้าวหอมมะลิก็จะให้ 2 ก้อน (1 ถุง 250 กรัม) ตามภาพนี้ครับ


ทีนี้มาดูกันว่าถ้าเราหุงข้าวกินเองที่บ้านจะมีต้นทุนเท่าไหร่เทียบกับราคาที่เค้าขายกัน ?  

ข้าวที่ผมหุงประจำก็คือข้าวเสาไห้ตราฉัตรตามภาพนี้  ราคาจะขึ้นลงเล็กน้อยแต่เฉลี่ยแล้วถุง 5 กิโลกรัมราคาถุงละ 100 บาทครับ (ราคาของ 7-11)


ตามภาพด้านล่างนี้คือข้าวที่ผมหุงกินเป็นประจำ  ก็คือจะหุงเต็มหม้อและมัดใส่ถุงเก็บเข้าตู้เย็นไว้ (บอกตรง ๆ ว่าขี้เกียจ 😁😂🤣)  คือผมอยู่คนเดียว กินข้าววันละ 2 มื้อ มื้อละ 200 กรัม  ดังนั้นจึงคำนวนการหุงข้าวให้ได้ข้าวสวยถุงละ 400 กรัมเพื่อจะได้กินวันละ 1 ถุง …. ข้าวสารถุงตรงกลางนี้คือข้าวเสาไห้ตราฉัตร 700 กรัม เมื่อหุงแล้วจะได้ข้าาสวยถุงละ 400 กรัมทั้งหมด 6 ถุงครับ
 ตัวเลขทั้งหมดนี้ชั่งแบบเป๊ะด้วยเครื่องชั่ง Digital

ดังนั้น ถ้าหากท่านหุงข้าวกินเองที่บ้านก็จะคำนวณต้นทุนได้จากตัวเลขข้างบนที่ผมทำจริง  ได้ว่า ….
1. ข้าวสาร 700 กรัม จะหุงได้ข้าวสวยจำนวน (6×400) = 2,400 กรัม
2. ข้าวถุง 5 กิโลกรัม 100 บาท …. ดังนั้นข้าวสาร 700 กรัม = 100×(700/5,000) = 14 บาท
3. ข้าวสาร 14 บาทได้ข้าวสวย 2,400 กรัม
4. ดังนั้น หากคิดเทียบเท่าข้าวถุง 320 กรัมที่ขายกันในตลาด …. หุงเองจะมีต้นทุนเพียงถุงละ 14×(320/2,400) = 1.867 บาท

หากคิดละเอียดโดยบวกค่าไฟของหม้อหุงข้าวเข้าไปด้วย หม้อหุงข้าวขนาด 1.8 ลิตรกินไฟ 800 วัตต์ อย่างของผมใส่น้ำตามปกติข้าวไม่แข็งและไม่แฉะเกินไปใช้เวลาหุงครึ่งชั่วโมงพอดี ดังนั้นหุงข้าวได้จำนวน 6 ถุง 2,400 กรัมนี้จะเสียค่าไฟทั้งสิ้น 0.8×0.5×4.1 = 1.64 บาท


แต่ค่าไฟ 1.64 บาทมันคือการหุงข้าวปริมาณเต็มหม้อ ดังนั้นจึงคิดเป็นค่าไฟต่อข้าวหนึ่งถุง 320 กรัมได้ลำบาก (เทียบอัตราส่วนแบบ linear ไม่ได้)  ดังนั้นจึงขอประมาณการเอาแล้วกันครับ ….

 สรุปแล้วถ้าหุงข้าวกินเอง  ข้าวแข็ง 1 ถุง 320 – 350 กรัมจะมีต้นทุนประมาณ 2 บาทเท่านั้น  แต่ที่ขายกันคือถุงละ 10 บาท

ผมเคยไปคุยกับแม่ค้าขายข้าวมา 2 ตลาด เขาขายได้หมดทุกวันวันละประมาณ 80 – 120 ถุง  ซึ่งผมก็มาคิดต่อเองว่านั่นก็คือได้กำไรวันละประมาณ 800 ถึงเกือบ 1,000 บาทเลย  และที่สำคัญก็คือข้าวที่ขายในตลาดนั้นข้าวขาวหรือข้าวเสาไห้ของแม่ค้าจะมีต้นทุนถูกกว่านี้เพราะเขาซื้อเป็นกระสอบ 50 กิโลกรัม และใช้วิธีนึ่งด้วยไอน้ำ ประหยัดกว่าค่าไฟแน่นอนครับ

จึงมาแชร์เป็นข้อมูลให้ทราบครับ เผื่อบางท่านอยากจะทราบ

ทำไมลิ้นของแมวสากจัง ?

ลิ้นของแมวมีหนามเล็ก ๆ ที่เอียงไปด้านหลังเรียกว่า Papillae หนามเหล่านี้เป็นคล้ายวัสดุแข็งเพราะมันคือ Keratin (วัสดุแข็งชนิดเดียวกับเล็บของคนเรา)  หนาม Papillae เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนแปรงสำหรับแปรงขนในตัว และช่วยขูดเนื้อออกจากกระดูกอีกทั้งช่วยในการเลียน้ำด้วย  นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการมันครับ


ฉันจะเลีย …. ใครจะทำไม 😸🤣😂

จรวด HIMARS คืออะไร ?

” M142 HIMARS ”  ชื่อนี้ไม่ได้หมายความถึงจรวด แต่เป็นแท่นยิงที่ประกอบกับรถบรรทุก เหมือนกับจรวด BM-21 ของไอ้เหี้ยเหมนนั่นแหละครับ แต่ HIMARS เหนือชั้นกว่าหลายขุมม๊ากกก  อย่าง BM-21 ของไอ้เหมนยิงได้ประมาณ 30 กิโลเมตรแต่ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายได้ ก็คือมันเป็นจรวดโง่ ไม่มีระบบนำทางที่แม่นยำ ยิงตรงไหนตกตรงไหนในระยะ 30 – 40 กิโลเมตรก็แล้วแต่บุญแต่กรรม

แต่ HIMARS ที่เรากำลังสนใจนี้มันมีจรวด “ER-GMLRS” (ER =  Extended-Range)  จรวดรุ่นนี้มีระยะยิง 130 กิโลเมตร  นำวิถีด้วย GPS + Inertial Measurement Unit (IMU) สามารถกำหนดเป้าหมายได้เลย โดยมีความแม่นยำในระดับต่ำกว่า 10 เมตร ค่าเฉลี่ยจากการทดสอบอยู่ที่ประมาณ 4 – 6 เมตรเท่านั้น  

ภาพรถบรรทุก + แท่นยิง HIMARS

ลูกจรวด ER-GMLRS ระยะยิง 130 กิโลเมตรในระดับความแม่นยำ 4 – 6 เมตร


ส่วนภาพล่างนี้คือจรวด ATACMS ระยะยิงไกลสุดประมาณ 300 กิโลเมตร สามารถยิงได้จากฐานยิง M142 HIMARS  ซึ่งตัวนี้ก็เป็นไปได้ยากหน่อยที่กองทัพบกจะได้ เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสหรัฐว่าจะขายให้เราไหม


ประเด็นสำคัญก็คือ หากกองทัพบกไทยไม่ได้จรวด ATACMS ระยะย 300 กิโลเมตร …. มันจะไม่ต่างอะไรจาก DTI D-1G ที่ไทยเราผลิตเองสักเท่าไหร่ เพราะ DTI-1G มีระยะยิง 180 กิโลเมตรและตัว “ลูกจรวด” นำวิถีเหมือนกัน

และเรายังมีแท่นยิงจรวดหลายลำกล้อง D11A ซึ่งใช้ต้นแบบจากแท่นยิงและลูกจรวดของบริษัทเทคโนโลยีของอิสราเอล ข้อดีก็คือทางอิสราเอลยินดีที่จะส่งมอบเทคโนโลยีและสิทธิบัตรในการผลิตลูกจรวด Predator Hawk ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่แบบนำวิถีที่ยิงได้ไกล 300 กิโลเมตรให้กับเราด้วย (แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา)

สรุปแล้ว …. ที่ดีที่สุดก็คือ M142 HIMARS + ลูกจรวด ER-GMLRS ระยะยิง 130 กิโลเมตรครับ  หากเราได้มาจริงก็จะพลิกโฉมและเปลี่ยนเกมการรบกับกัมพูชาอย่างแน่นอน เพราะระยะยิงระดับ 70 ถึงร้อยกว่ากิโลเมตรด้วยความแมนแบบจับวางในระดับ 4 – 6 เมตร มันจะทำลายที่หมายต่าง ๆ ได้เพียงแค่กระดิกนิ้วเท่านั้นเอง โดยที่ไอ้เหี้ยเหมนไม่มีทางต่อต้านได้เลย