เส้น Longitude 0 องศา

สถานที่ที่มีการ “ขีดเส้น” Prime Meridian (Longitude 0 องศา) เส้นที่แบ่งซีกโลกตะวันออกและตะวันตกออกจากกัน  เส้น Prime Meridian นี้ถูกทำเครื่องหมายไว้ที่ Greenwich ตั้งแต่ปี 1884 ในลานของหอดูดาว Royal Observatory


ส่วนเส้น Equator หรือเส้นละติจูด 0 องศานั้นก็มีเป็นอนุสาวรีย์ชื่อว่า The Mitad del Mundo ที่ประเทศ Ecuador ครับ

สมัยผมยังเป็นนักเรียนนายเรือตอนที่ออกฝึกภาคเดินเรือต่างประเทศ  ขณะที่เรือกำลังจะข้ามจากซีกโลกเหนือลงซีกโลกใต้จะต้องผ่านเส้น Equator (ขณะที่เรือข้ามจากซีกโลกเหนือลงซีกโลกใต้เครื่องรับ GPS จะแสดง Latitude 00.00°) และมีการทำพิธีข้ามเส้น Equator ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวเรือครับ

ตอนนั้นรุ่นพี่แกล้งหลอกเล่น ๆ ว่าลองชะโงกดูข้างเรือและเพ่งดี ๆ  จะเห็นเส้น Equator เป็นขีดสีขาวอยู่ที่ก้นทะเล ตอนนั้นตื่นเต้นกันใหญ่ …. (มันมีที่ไหนล่ะ 😂😸🤣)

เพี้ยนขำหนักมาก

ดาว Eta Carinae

Eta Carinae เป็นระบบดาวคู่ (Binary system) มวลมากที่สว่างไสวที่สุดแห่งหนึ่งในทางช้างเผือก ห่างจากโลกประมาณ 7,500-8,000 ปีแสงในกลุ่มดาว Carinae (กระดูกงูเรือ) โดยมีดาวฤกษ์หลักมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 100 เท่า และสว่างกว่า 5 ล้านเท่า Eta Carinae นี้มีชื่อเสียงจากการปะทุครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1840 จนกลายเป็นดาวที่สว่างที่สุดอันดับสองบนท้องฟ้าและสร้าง Nebula ชื่อว่า Homunculus Nebula

Eta Carinae ประกอบด้วยดาวฤกษ์มวลมาก 2 ดวง โคจรรอบกันทุกๆ 5.54 ปี โดยดาวหลักมีความร้อนประมาณ 15,00 Kelvin และดาวรองร้อนกว่าที่ 35,000 Kelvin

การปะทุครั้งใหญ่ (Great Eruption) ในปี 1840 ดาวดวงนี้ได้ระเบิดพ่นมวลสารจำนวนมหาศาลออกมา ทำให้เกิดเนบิวลา Homunculus รูปร่างคล้ายนาฬิกาทรายล้อมรอบดาว อนาคตของดาวยักษ์ดวงนี้จะต้องเกิด Supernova ที่คาดว่าจะระเบิดในอีกไม่กี่พันปีข้างหน้า

Light echo จากการระเบิดพ่นมวลสาร

Black Knight satellite

ที่ผ่านมาในบทความต่าง ๆ เคยมีเรื่องเล่าแบบแต่งเสริมเติมไข่กันไปเยอะว่ามียานอวกาศ หรือดาวเทียมของมนุษย์ต่างดาวโคจรรอบโลกมาแล้วนานนับหมื่นปี นั่นก็คือ Black Knight satellite  นั้น …..

ความจริงมันคือชิ้นส่วนของ เกราะป้องกันความร้อน (Thermal blanket) ที่หลุดออกมาในช่วงประกอบร่างของสถานีอวกาศ ISS ครับ  คือตอนนั้นจะมีเที่ยวบิน STS-88 ของกระสวยอวกาศ  ซึ่งลำเลียงอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไปเพื่อประกอบโครงสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ ISS  ในขณะทำภารกิจ นั้น  จะมีช่วงหนึ่งเรียกว่า Space walk  หรือ Extravehicular activity (EVA)  และนักบินได้พลาดทำชิ้นส่วนนี้หลุดออกไปครับ  ทำให้ชิ้นส่วนนี้หลุดออกไปและ โคจรรอบโลกนับแต่นั้นมา  

ภาพที่ถ่ายวัตถุชิ้นนี้ออกมานั้นเป็นภาพย้อนแสง  จึงทำให้ภาพของ thermal blanket  
นั้นออกดำ ๆ เหมือนกับยานอวกาศลึกลับน่ะครับ

ส่วนเรื่องการแพร่คลื่นวิทยุ  อายุ 14,000 ปี  และอื่น ๆ นั้นล้วนแต่ตีไข่ใส่สีกันทั้งนั้นครับ 

อันนี้เป็นภาพการเปรียบเทียบ thermal blanket ของโครงสร้าง ISS  กับเจ้า Black Knight satellite  ว่ามีเหลี่ยมมีมุมส่วนใดที่เหมือนกันตรงใหนบ้าง  ภาพนี้ กระทำโดยทีมงานของ STS-88 เองว่ามันคืออะไรเพื่อสยบข่าวลือต่าง ๆ ครับ