หากดึงพลาสมาของดวงอาทิตย์ออกมาเท่าลูกฟุตบอล

plasma ของดวงอาทิตย์มันมีอยู่ตั้งแต่พื้นผิวและลึกลงไปจนถึงในส่วนแกนกลาง (Core) ของมันเลยครับ อุณหภูมิ plasma ก็ตามแต่ละชั้นของดวงอาทิตย์เลย สมมติเราตัก plasma จากใกล้พื้นผิวดวงอาทิตย์ plasma ตรงนั้นก็จะมีอุณหภูมิประมาณ 6,000 ℃  แต่จุดที่สำคัญก็คือ plasma มีความหนาแน่นต่ำมาก ก็คือเฉลี่ยประมาณ 1.408 g/cm³

ดังนั้นถ้าตัก plasma ขนาดเท่าลูกฟุตบอลมาวางไว้ที่ขั้วโลก ด้วยความหนาแน่นที่ต่ำของมันก็จะละลายน้ำแข็งบริเวณนั้นไปนิดเดียวเท่านั้นครับ (โดยที่ไม่สามารถ “เจาะ” พื้นดินลงไปได้เลย)  น้ำแข็งจะละลายเท่าใดก็ประมาณยาก  แต่ผมว่าขนาดประมาณ 1 สนามบาสเกตบอลเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นความร้อน plasma ก็จะหายไปจนหมดสิ้นเพราะว่าความหนาแน่นมันต่ำครับ

แต่หากเป็น plasma ที่บริเวณใกล้แกนกลางดวงอาทิตย์มันจะมีความหนาแน่นสูงขึ้นเป็น 150 g/cm³  และมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 15 ล้าน ℃ …. สภาวะเช่นนี้ถ้าตักมาสัก 1 ลูกฟุตบอล มันจะสามารถแผ่รังสีออกไปทำให้เกิดความร้อน ณ จุดใด ๆ ที่ห่างออกไปมากได้

วิธีการคำนวณโดยคร่าว ๆ สามารถใช้ Stefan–Boltzmann law ได้

แต่ความเป็นจริงแล้ววัตถุใด ๆ ที่ร้อน 15 ล้านองศาและมีขนาดใหญ่ระดับลูกฟุตบอล มันจะทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นปั่นป่วนมากก็คือ บรรยากาศหรืออากาศทั้งหมดรอบนั้นก็จะกลายเป็น plasma และจะเริ่มมีการไหลเวียนของอากาศอย่างรุนแรง ดังนั้น การแผ่รังสีมันก็จะออกจากบริเวณนั้นไม่ได้มากสักเท่าไหร่เนื่องจากอากาศบริเวณนั้นจะเป็นลักษณะเหมือนพายุขนาดย่อมเสียมากกว่า รวมถึงอากาศบริเวณนั้นจะแตกตัวเป็นลักษณะคล้ายฟ้าผ่าอยู่ตลอดเวลาครับ

การสื่อสารของนักบินอวกาศ

วลานักบินอวกาศจะสื่อสารคุยกัน เค้าสื่อสารกันยังไงครับ เพราะบนอวกาศไม่มีเสียง  สื่อสารกันผ่านอะไรครับ พิมพ์ข้อความ ?

ขออธิบายการทำงานของนักบินอวกาศเป็น 2 ส่วนนะครับ

ส่วนแรกก็คือภายในสถานีอวกาศนานาชาติ ISS (Internaltional Space Station) ตามภาพที่เห็นนี้คือภายใน ISS ซึ่งข้างในจะมีอากาศหายใจ ถึงแม้จะเป็นสภาพไร้น้ำหนักแต่ความที่มีอากาศจึงสามารถพูดคุยกันได้ตามปกติครับ เสียงเดินทางได้เพราะเสียงต้องการตัวกลางในการเคลื่อนที่ก็คือโมเลกุลอากาศ


กรณีที่ 2 คือนักบินอวกาศที่เดินบนพื้นผิวดวงจันทร์  ขออธิบายตามภาพนี้ครับน้อง

กรณีที่ 3 คือ Extravehicular activity (EVA) ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานของนักบินภายนอก ISS  กรณีนี้ก็จะเหมือนกับการเดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ ก็คือในชุดจะมีเครื่องส่งวิทยุทำให้สามารถพูดคุยกับนักบินภายใน ISS ได้

ดาวเสาร์ …. ผู้ร่ำรวยด้วยดวงจันทร์

มีข่าวทางดาราศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาว่าค้นพบดวงจันทร์ของดาวเสาร์เพิ่มอีก 11 ดวง รวมมีดวงจันทร์ 285 ดวง

ดาวเสาร์นี่ร่ำรวยดวงจันทร์จริง ๆ 😁😂🤣  นึกถึงสมัยเรียนวิทยาศาสตร์สมัยประถม (40 ปีที่แล้ว) ในยุคนั้นดาวพฤหัสและดาวเสาร์มีดวงจันทร์ 10  กว่าดวงเท่านั้น เป็นโปสเตอร์แปะข้างฝาห้องเรียนเลยแหละ

เพี้ยนขำหนักมาก

ในบรรดาดวงจันทร์จำนวนมหาศาลเหล่านี้ เส้นทางโคจรของมันจะมีตามภาพนี้ครับ

ขอเพิ่มเติมคำศัพท์ให้ด้วยครับ  วงโคจรแบบ Prograde orbit คือวงโคจรที่บรรดาดวงจันทร์โคจรไปในทิศทางเดียวกับการหมุนของดาวเสาร์  ส่วน Retrograde orbit คือวงโคจรที่ดวงจันทร์โคจรเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการหมุนของดาวเสาร์

ตัวอย่างการ Retrograde orbit  ก็คือดวงจันทร์ในจุดสีแดงหมุนโคจรรอบวัตถุตรงกลางแบบสวนทาง

ภาพเคลื่อนไหวด้านบนนี้ ดวงจันทร์สีส้มก็คือการเคลื่อนไหวแบบ Retrograde ครับ …. ส่วนดวงจันทร์ที่เป็นจุดสีเทาเล็ก ๆ 3 ดวงนั้นเคลื่อนไหวแบบ Prograde