เนบิวลามนุษย์หิมะ

Snowman Nebula หรือ Sharpless 2-302 (Sh2-302) ที่กำลังเป็นกระแสถูกพูดถึงในความน่ารักและสีสันที่สวยงาม

ห่างไกลแต่สวยงาม: ความลับของเนบิวลาสีแดง

เนบิวลามนุษย์หิมะตั้งอยู่ในกลุ่มดาวท้ายเรือ (Puppis) ทางท้องฟ้าซีกใต้ อยู่ห่างจากโลกของเราออกไป 6,000 ปีแสง ความสวยงามที่เราเห็นเป็นสีแดงสดใสนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากกระบวนการทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่เรียกว่า “เนบิวลาเปล่งแสง” (Emission Nebula) โดยกระบวนการนี้เกิดจากกลุ่มแก๊สและฝุ่นได้รับรังสีพลังงานสูงจากดาวฤกษ์มวลมากที่อยู่ใกล้ ๆ และจากนั้นอะตอมของไฮโดรเจนจะดูดซับรังสีนั้นไว้ แล้วปลดปล่อยออกมาในรูปของแสงสีแดง (H-alpha)

….. จนมองดูคล้ายกับตุ๊กตาหิมะสีแดงตัวยักษ์กลางอวกาศ (เติมองค์ประกอบเข้าไปหน่อย เผื่อบางท่านนึกไม่ออก 😁🤣😂)

Spacecraft cemetery (สุสานยานอวกาศ)

ตามปกติแล้ว พวกดาวเทียมหรือชิ้นส่วนอวกาศที่มนุษย์ส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกจะต้องตกกลับลงมาเมื่อหมดอายุการใช้งาน แต่จะบังคับให้ตกบริเวณใดนั้น …. พื้นที่นั้นได้กำหนดแล้ว บริเวณนี้ก็คือสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกที่จะบังคับให้ยานอวกาศหรือชิ้นส่วนอวกาศตกลงสู่โลกครับ  เรียกว่า Spacecraft cemetery (สุสานยานอวกาศ) อยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้  บริเวณนี้เรียกอีกอย่างว่า Point Nemo  มันเป็นพื้นที่ของมหาสมุทรแปซิฟิกที่ห่างไกลจากอารยธรรมมนุษย์มากที่สุด

ตามภาพนี้จะเห็นว่าเป็นพื้นที่ห่างไกล  ไม่ได้เป็นเส้นทางเดินเรือหลักของโลก  ที่ผ่านมาก็มีชิ้นส่วนอวกาศถูกบังคับให้ตกในพื้นที่นี่หลายร้อยชิ้นแล้วครับ

ตะวันอ้อมข้าว (Winter Solstice)

 “ตะวันอ้อมข้าว” (Winter Solstice) ที่เรียกเช่นนี้เพราะว่าช่วงปลายปีตำแหน่งของดวงอาทิตย์ขึ้น – ตกจะไม่เคลื่อนที่ผ่านเหนือศีรษะของเรา  ดังนั้นคนไทยจึงเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ขึ้นอ้อมต้นข้าวจากทิศตะวันออกค่อนไปทางทิศใต้


นอกจากนี้  ปรากฏการณ์ตะวันอ้อมข้าวยังเกี่ยวข้องกับ “วันเหมายัน” (Winter Solstice) ด้วย มันคือวันที่ซีกโลกเหนือเอียงออกจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้ประเทศทางซีกโลกเหนือรวมถึงประเทศไทยมีกลางวันสั้นและกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี