ขีปนาวุธนิวเคลียร์ ทำยากไหม ?

หลายท่านคงได้ยินคำ 2 คำนี้มานานก็คือ “เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม” และ “ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” (Enriched uranium)  และทุกท่านก็คงเคยได้ยินว่าการสร้างอาวุธนิวเคลียร์จากยูเรเนียมหรือพลูโตเนียม

ในส่วนของแร่ “ยูเรเนียม” นั้น ในทางฟิสิกส์เคมีแล้วมันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Isotope ครับ  ก็คือแร่ยูเรเนียมตัวเดียวกันจะมีได้หลาย Isotope ซึ่ง Isotope ของแร่ยูเรเนียมที่นำมาใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าหรือนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ / ขีปนาวุธนิวเคลียร์จะต้องเป็นUranium-235

แต่แร่ยูเรเนียมที่เราขุดได้แบบสด ๆ จากการทำเหมืองนั้นจะมีสัดส่วนของ Uranium-235 อยู่น้อยมากเพียงเฉลี่ย 0.5% เท่านั้น  นอกนั้นเป็น Isotope ที่เรียกว่า Uranium-238 …. ซึ่ง Uranium-238 นั้นถือว่าไร้ประโยชน์ในการนำไปใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรืออาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากมันแทบจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (Chain reaction) ไม่ได้เลย

ภาพก้อนแร่ยูเรเนียมแบบสด ๆ จากเหมือง


ดังนั้นก็หมายความว่า  เราต้องนำก้อนแร่ยูเรเนียมจากการทำเหมืองแบบภาพบนมาทำให้มันบริสุทธิ์ขึ้น  เพื่อที่จะได้ยูเรเนียมที่มี Uranium-235 ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 0.5% เป็น 20% หรือหากจะนำไปทำอาวุธนิวเคลียร์ก็จะต้องมีสัดส่วน Uranium-235 สูงถึง 80% ครับ

กระบวนการทำให้บริสุทธิ์นี่แหละที่เรียกว่า “การเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม”  และ ยูเรเนียมที่มีอัตราส่วนของ Uranium-235 มากพอแล้วจะเรียกว่า “ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” (Enriched uranium)

…. นี่แหละที่ประเทศอิหร่านกำลังพยายามทำอยู่อย่างหนัก เพราะอิหร่าน Enriched uranium เกรด 90% ให้สร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ด้วยตัวเอง (ในโลกนี้จะไม่มีการขาย Enriched uranium ให้กัน)  ประเทศใดอยากจะมีอาวุธนิวเคลียร์ก็จะต้องทำเองเท่านั้น


ต่อไปเมื่อเราได้ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้ว …. ขั้นตอนที่จะทำเป็นอาวุธนิวเคลียร์ก็อีกยาวไกลมาก เนื่องจากอาวุธนิวเคลียร์ปัจจุบันมันไม่ได้เป็น “ลูกระเบิด” เหมือนกับสมัยที่ไปทิ้งเมืองฮิโรชิมะที่ญี่ปุ่นนะครับ แต่จะเป็น “ขีปนาวุธ” ที่ยิงได้ไกลหลายพันหรือนับหมื่นกิโลเมตรที่เรียกกันว่า IRBM , ICBM

ซึ่งขีปนาวุธประเภทนี้แหละที่มันทำยาก เนื่องจากจะต้องใช้เทคโนโลยีพื้นฐานของจรวดส่งดาวเทียม ร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะสามารถนำทางได้อย่างแม่นยำให้ลงเป้าหมายประเทศศัตรูได้

Drone พลีชีพของกองทัพอากาศไทย

Drone พลีชีพที่กองทัพอากาศของเราออกแบบผลิตก็เพิ่งทดสอบไป  ใช้ชื่อว่า Kamikaze UAV  มี 2 รุ่นคือ KB-5E บินด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าระยะทำการประมาณ 150 กิโลเมตร  อีกรุ่นหนึ่ง KB-10G ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กระยะทำการ 500 กิโลเมตร สามารถโจมตีเป้าหมายด้วยค่าความคลาดเคลื่อนต่ำกว่า 5 เมตร

แต่จุดสำคัญก็คือ Drone ของเรานั้นสามารถบรรทุกดินระเบิดได้หนักเท่าไหร่ ? …. อย่าง Drone Shahed-136 ของอิหร่านนั้นบรรทุกหัวระเบิดแรงสูงน้ำหนักมากถึง 30 – 50 กิโลกรัม ซึ่งดินระเบิดขนาด 30 – 50 กิโลกรัม สร้างความเสียหายได้เยอะเลยครับ  เรามีเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเราต้องมี Drone แบบนี้จำนวนมากเลยล่ะครับ มากขนาดหลายพันลำเพราะมันเหมาะสมมากที่จะใช้โจมตีกัมพูชา


Drone Shahed-136 ใหญ่กว่า Drone ของ ทอ.เรา 2 เท่า

ขีปนาวุธของอิหร่าน

จากข่าวอิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกใส่เกาะ Diego Garcia …. ถือว่าสร้างความสะเทือนให้ทั้งอิสราเอล สหรัฐ และประเทศฝั่ง NATO ครับ  เพราะว่าเกาะ Diego Garcia ห่างจากดินแดนอิหร่านถึง 3,800 กิโลเมตร

เกาะ Diego Garcia เป็นเกาะเล็ก ๆ จากจำนวน 58 เกาะในหมู่เกาะ Chagos Archipelago


ดังนั้น จากข้อมูลเดิมที่ว่า ballistic Missile ของอิหร่านยิงได้ไกลประมาณ 2,000 กิโลเมตรก็ไม่ใช่แล้ว  เพราะนี่มันไกล 2 เท่าเลย

ผมลองไล่อ่านข่าวดู ก็มีรายงานว่าผลการโจมตีฐานทัพที่เกาะนี้ไม่ได้รับความเสียหาย  เพราะการยิงจรวดทั้ง 2 ลูกนั้นลูกหนึ่งถูกสกัดโดยจรวด SM-3 ของสหรัฐ และอีกลูกหนึ่งเกิดข้อผิดพลาดในตัวมันเอง


ซึ่งหากดูโครงการขีปนาวุธของอิหร่านในเว็บนี้
https://www.iranwatch.org/our-publications/weapon-program-background-report/table-irans-missile-arsenal
ก็จะมี ballistic missile รุ่นที่ยิงได้ไกล 4,000 – 5,000 กิโลเมตรอยู่ด้วย

เท่าที่ผมทราบข้อมูลและอ่านพวกบทวิเคราะห์ในอินเตอร์เน็ตตามเว็บต่าง ๆ การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกนี้  น่าจะเป็นการยิงจรวดแบบ SLV ไม่รุ่นใดรุ่นหนึ่งตามภาพบนนี่แหละครับ ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจรวด SLV ที่ยิงไปนั้นเป็นจรวดที่พร้อมเป็นขีปนาวุธหรือยัง ?

ที่บอกว่าเป็นจรวดที่พร้อมเป็นขีปนาวุธหรือยังก็หมายความว่า จรวดแบบ SLV ซึ่งปกติจะใช้ในการส่งดาวเทียมเท่านั้น มีระบบนำทางที่แม่นยำและมีระบบในการปล่อยหัวรบออกมาเหมือนกับขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM หรือยัง ?  หรือครั้งนี้อิหร่านแค่ยิงขู่หรือต้องการแค่ “ส่งสัญญาณ” ว่าฉันสามารถทำระยะยิงได้ไกลได้แล้วนะเว้ย  ส่วนระบบนำทางยังพัฒนาไม่ถึงขั้นหรือยังพัฒนาไม่เสร็จ ?

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ จรวดแบบ SLV ซึ่งอิหร่านมีอยู่แล้วในมือ 3 รุ่นตามภาพข้างบนนั้น …. การที่จะดัดแปลง SLV ไปเป็น “ขีปนาวุธ” ที่ยิงได้ไกลระดับ 4,000 ถึง 5,000 กิโลเมตรพร้อมระบบนำทาง + ระบบปล่อยหัวรบมันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก จุดนี้แหละที่การข่าวทั่วโลกยังไม่รู้ ซึ่งหากทำได้จริงก็ต้องประเมินศักยภาพของอิหร่านใหม่หมดเลย

และมีหลายบทวิเคราะห์ก็กล่าวกันว่า ขีปนาวุธที่อิหร่านใช้ในครั้งนี้จะเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง “Khorramshahr-4” ซึ่งเป็นขีปนาวุธแบบเชื้อเพลิงเหลวมีระยะทำการประมาณ 2,000 กิโลเมตร  แต่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ในรูปแบบที่สามารถยิงได้ไกลเกือบ 2 เท่าจากสเปคเดิม โดยการลดน้ำหนักบรรทุก (payload) และปรับเปลี่ยนรูปแบบของ trajectory ….. อธิบายง่าย ๆ ก็คือ  นำขีปนาวุธ Khorramshahr-4 มาลดขนาดของหัวรบให้น้อยลงจากหัวรบหนัก 1,500 กิโลกรัมหรือ 300 – 500 กิโลกรัม และปรับเปลี่ยนการเดินทางขีปนาวุธเป็นเส้นโค้งเพื่อให้ยิ่งไกลขึ้นแต่ความแม่นยำจะลดลงมาก