วัตถุดิบอาหารไทยใกล้ตัว แต่อาจไม่ทราบที่มา (ภาค 1)

วันนี้จะขอเสนอเรื่องราวของวัตถุดิบอาหารไทยหลายอย่างซึ่งใกล้ตัวมากทุกท่านก็คุ้นชื่อดี แต่อาจไม่ทราบที่มาว่ามันมาจากส่วนใดของพืช/สัตว์ จริง ๆ แล้ว วัตถุดิบพวกนี้มีเยอะมาก แต่ผมจะขอเลือกมานำเสนอ 10 อย่างครับ

1. เม็ดมะม่วงหิมพานต์
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เราเคี้ยวกันอย่างอร่อยมัน ๆ คล้ายถั่วนั้น  มันมาจากผล “มะม่วงหิมพานต์” เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ปัจจุบันมีแพร่หลายทั่วไปในภูมิภาคเขตร้อน พืชชนิดนี้นำเข้ามาปลูกครั้งแรกที่ภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2444 โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ปัจจุบันปลูกกันมากที่สุดที่จังหวัดอุตรดิตถ์  

ส่วนที่เรียกว่า “เม็ด” นั้นแท้จริงแล้วคือเมล็ด (Seed) ที่อยู่ภายในผลแท้ของมะม่วงหิมพานต์มีลักษณะเป็นรูปไตสีเทา ส่วนที่เราเห็นเป็นผลอวบสีแดงหรือเหลืองนั้นคือ”ผลเทียม” ซึ่งเป็นส่วนของก้านดอกที่ขยายใหญ่ขึ้น


2. ผักกาดดอง
ผักกาดดองที่เรากินกับขาหมูหรือข้าวซอยนั้น มันคือ “ผักกาดเขียว” เป็นผักกาดที่ปลูกกันมานานแล้ว เป็นผักที่นิยมนำมาดองโดยไม่นิยมรับประทานสดเพราะมีรสขม แม้แต่ต้มสุกแล้วก็ยังไม่หายขม ด้วยเหตุนี้ในตลาดหรือในซูเปอร์มาร์เก็ตเราจึงไม่เคยเห็นผักกาดเขียวเลย เราจะพบเห็นแต่ผักกาดขาว , กะหล่ำปลีเท่านั้น  ซึ่งหลังจากดองเค็มแล้วจะกรอบ เปราะ ไม่เปื่อยยุ่ย

อีกชื่อเรียกหนึ่งก็คือ “เกี๊ยมฉ่าย” มันคือส่วนโคนหรือส่วน “ใจ” ของผักกาดเขียวครับ ส่วนนี้จะมีความแข็งขึ้นมาหน่อย เมื่อนำมาดองให้รสชาติเข้ม ๆ แล้วนำไปทำเมนูต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยได้ตามภาพนี้ครับ


3. สาคู
แป้งสาคูแบบของแท้ที่ไม่ใช่ทำมาจากแป้งมันสำปะหลังนั้น ทำมาจากต้นไม้ขนาดใหญ่ทางภาคใต้ของไทยคือ “ต้นปาล์มสาคู” (Sago Palm) ซึ่งเมื่อทำมาเป็นเมนูขนมเช่น “ขนมสาคูต้น” จะถือว่าเป็นอาหารพิเศษ หากินไม่ง่าย มีเฉพาะทางภาคใต้เท่านั้น กระบวนการที่จะทำแป้งสาคูแท้นั้นจะทำจากเนื้อในของต้นปาล์มสาคู ซึ่งจะล้มต้นเพื่อขูดเอาเนื้อปาล์มได้ก็ต่อเมื่อมันมีอายุ 8 – 10 ปี


4. หน่อไม้
อันนี้ก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ทุกท่านรู้จักดีอยู่แล้วแต่ก็น่าสนใจจึงมานำเสนอด้วยครับ “หน่อไม้” คือหน่ออ่อนของไผ่ที่แตกจากเหง้าใต้ดิน  ที่นิยมกันที่สุดคือหน่อไม้จาก “ไผ่บงหวาน” (Bambusa Burmanica) เพราะกินเป็นหน่อไม้ดิบได้โดยไม่ขมติดลิ้นเหมือนหน่อไม้ไผ่พันธุ์อื่น ๆ  แต่หากจะนำไปทำเป็นเมนูอื่นที่ผ่านความร้อนก็จะใช้ “หน่อไม้ไผ่รวก” เพราะนิยมปลูกกันมากหาง่ายราคาถูกครับ


5. ดอกงิ้ว
สำหรับดอกงิ้ว คนที่คุ้นเคยก็น่าจะเป็นภาคเหนือเท่านั้นครับ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักใส่ในขนมจีนน้ำเงี้ยว ดอกงิ้วก็เป็นดอกไม้สีแดงสดตามภาพครับ เวลานำมาใช้เป็นวัตถุดิบจะต้องนำมาตากแห้งดึงเกสรออกเพราะมันขม ตอนที่มันแห้งอาจจะดูไม่น่ากิน แต่พอไปอยู่ในขนมจีนน้ำเงี้ยวแล้วมันมี texture การเคี้ยวที่ดีมาก มีความมัน

Spacecraft cemetery สุสานยานอวกาศ Point NEMO

ดาวเทียมทุกดวงจะต้องมี Thruster (ไอพ่น) ติดตั้งไว้เสมอครับ  thruster นี้จะใช้ในการทำ station keeping เพื่อให้ดาวเทียมโคจรอยู่ที่ความสูงเดิมเสมอ  และเมื่อใช้ไปนาน ๆ เช่น 10 – 15 ปี  เชื้อเพลิงของ thruster ดาวเทียมจะหมดถัง นั่นก็หมายความว่าดาวเทียมดวงนั้นหมดอายุการใช้งาน  การที่ดาวเทียมหมดอายุไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้างในหมดอายุ แต่เชื้อเพลิงในการทำ station keeping หมด

ดาวเทียมแบบค้างฟ้า (Geostationary orbit) ที่หมดอายุแล้ว  ทางสถานีภาคพื้นดินจะสั่งยิง thruster ครั้งสุดท้ายเพื่อส่งดาวเทียมดวงนั้นไปยัง Graveyard orbit (วงโคจรสุสาน) ครับ  มันเป็นวงโคจรที่ห่างไกลออกไปจากวงโคจรปกติของ Geostationary orbit ประมาณ 350 กิโลเมตร  และอาจมีวิถีโคจรที่เป็นวงรีมากขึ้น  การทำเช่นนี้จะทำให้ดาวเทียมที่หมดอายุสามารถโคจรค้างอยู่แบบนั้นได้นานมาก ๆ (นานระดับ 40 – 50 ปี)  แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในอนาคตที่จะชนกับดวงอื่นหรือตกลงสู่โลก (เผาไหม้ในบรรยากาศจนหมด)


ส่วนดาวเทียมแบบวงโคจรต่ำที่หมดอายุจะถูกสั่ง Thruster พ่นบังคับให้ตกลงที่ Spacecraft Cemetery (สุสานยานอวกาศ) ที่เรียกกันว่า “Point NEMO” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก  ตามภาพนี้

ตะวันอ้อมข้าว (Winter Solstice)

 “ตะวันอ้อมข้าว” (Winter Solstice) ที่เรียกเช่นนี้เพราะว่าช่วงปลายปีตำแหน่งของดวงอาทิตย์ขึ้น – ตกจะไม่เคลื่อนที่ผ่านเหนือศีรษะของเรา  ดังนั้นคนไทยจึงเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ขึ้นอ้อมต้นข้าวจากทิศตะวันออกค่อนไปทางทิศใต้


นอกจากนี้  ปรากฏการณ์ตะวันอ้อมข้าวยังเกี่ยวข้องกับ “วันเหมายัน” (Winter Solstice) ด้วย มันคือวันที่ซีกโลกเหนือเอียงออกจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้ประเทศทางซีกโลกเหนือรวมถึงประเทศไทยมีกลางวันสั้นและกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี