เมื่อเกิดสึนามิ พวกสัตว์ทะเลน้ำลึกจะเป็นอะไรไหม ?

เมื่อเกิดสึนามิ พวกสัตว์ทะเลน้ำลึกซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างเช่นวาฬ ฉลาม จะไม่ได้รับผลกระทบและไม่ถูกซัดขึ้นมาถึงฝั่งครับ เนื่องจากว่าธรรมชาติของสึนามินั้นในช่วงกลางทะเลลึกจะมีความยาวของท้องคลื่น (wavelength) ที่ยาวมาก  บางครั้งช่วงท้องคลื่นนี้จะยาวหลายสิบ – หลักร้อยกิโลเมตร ดังนั้นพวกสัตว์ทะเลขนาดใหญ่กลางทะเลลึกหรือเรือเดินสมุทรแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดสึนามิแล้วเนื่องจากความยาวนับสิบ – ร้อยกิโลเมตรของท้องคลื่นครับ

แต่เมื่อสึนามิเข้าใกล้ฝั่งเจอน้ำตื้น ความยาวท้องคลื่นก็จะสั้นลงมากและจะมีความสูงของคลื่นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในบริเวณน้ำตื้นนี้จึงได้รับผลกระทบเต็ม ๆ

ทฤษฏี Big crunch ของจักรวาล

ปัจจุบันได้มีแนวคิดแบบจำลองทางจักรวาลวิทยาที่รวมเอา Big bang และ ทฤษฏี Big crunch เข้าไว้ด้วยกัน  โดยทั้ง Big bang – Big crunch เป็นส่วนหนึ่งของ “วัฏจักร”  นั่นก็หมายความว่าหากทฤษฎีนี้เป็นจริง  จักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้จะอยู่ระหว่าง Big bang – Big crunch

กล่าวอีกนัยหนึ่ง จักรวาลของเราสามารถเป็นชุดแรกของจักรวาลที่เป็นไปได้  หรืออาจเป็นจักรวาลที่ n ในวัฏจักรนี้ก็ได้ครับ

Oscillating Universe theory  มันคือทฤษฏีหนึ่งที่กล่าวไว้ว่าเมื่อเกิด Big bang แล้ว  เอกภพจะขยายตัวออกไปและขยายตัวเรื่อย ๆ  และเมื่อเอกภพขยายตัวถึงขีดสุดมันจะเริ่มหดตัวลงมาเรื่อย ๆ …..จนถึงจุดที่ “ทุกอย่าง” ในเอกภพถูกบีบ (Crunch) จนทุกอย่างกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์  มันก็จะกลายเป็น Big bang อีกครั้ง (ทฤษฏี Big Crunch) ….. และจะ Oscillating แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตามภาพนี้

จักรวาล = ไส้กรอกอีสาน 🤣😸😂


ทฤษฏี Big crunch  มันคือการที่เอกภพที่แล้วเกิดการ “หดตัว” ลงมาเรื่อย ๆ  จน Crunch วัตถุ / มวล ทุกอย่างในพื้นที่เดิม ๆ จนอัดแน่น  และบรรดาหลุมดำเล็ก-ใหญ่ที่มีอยู่แล้วก็จะรวมกันเป็นหลุมดำแบบ Supermassive  และจะมีหลุมดำแบบนี้จำนวนมากมหาศาล  จนทุกอย่างกลายเป็นหลุมดำหมด ….ในที่สุดเมื่อเมื่อเอกภพหดตัวต่อไปอีกจน crunch หลุมดำที่เหลือทั้งหมดมันก็จะถึงวิกฤติ ….. จนเกิด “Big bang” ครั้งปัจจุบันที่เรารู้จักครับ

CPU เครื่องท่านแรงแค่ไหน ?

เริ่มจากผมใช้ ChatGPT ในการช่วยเขียน code ทำเว็บของผมเอง  ผมทำหน้าคำนวณคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ขึ้นมาหลายหน้าจึงคุยกับ ChatGPT บ่อยและคุยมาถึงเรื่องการคำนวณจึงถาม ChatGPT ว่า script แบบไหนที่จะวัดพลังในการใช้ CPU ด้านคณิตศาสตร์ได้ดีที่สุด  มันก็ให้ code นี้มาครับ

คลิกที่นี่ได้เลย
https://navy007.com/Benchmark.htm

เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอแบบนี้ ให้ใส่ระยะเวลาที่ต้องการทดสอบ (ใส่สัก 30 วินาทีก็ได้) แล้วกด Start ได้เลย เมื่อเสร็จแล้วมันจะแสดงผล


ภาพด้านล่างเป็นตัวเลขการทดสอบจากเครื่องผมเองใช้  CPU Core i3-13100 …. ตัวเลขสำคัญก็คือค่า Operations/Second ซึ่ง Core i3-13100 เครื่องผมมันทำได้ประมาณ 1.517 ล้าน Operations/Second  ส่วนมือถือ Redmi 12C ของผมทำได้ 414,000 Operations/Second


ส่วนที่สำคัญของ code ในการทดสอบนี้ก็คือส่วน Javascript MATH function
Math.sin()
Math.cos()
Math.tan()
Math.sqrt()
ใน code กำหนดให้ CPU คำนวณค่าฟังก์ชันตรีโกนมิติทั้ง 4 บรรทัดนี้ในลักษณะของ “ไม่พักหายใจ” 😁😸 โดยมีส่วนที่เรียกว่า Web Worker บังคับให้จ่ายงานคำนวณนี้ให้ในทุก Core ของ CPU (ใน script จะมีส่วนที่ detect ว่า CPU ของท่านมีกี่ Core)  โดยคำนวณ sin cos tan และ square root ทั้ง 4 อย่างนี้ 1 รอบ (1 operation) และบวก 1 และวน loop คำนวณต่อไปอีกแบบไม่มี delay

ใน code จะเขียนบังคับให้มันจะเอาผลลัพของฟังก์ชันแรกไปเป็นอินพุตของฟังก์ชันต่อไป และวนลูปแบบนี้แบบไม่มีค่า delay ต่อไป 100 เที่ยว  มันจงใจให้ CPU ใช้พลังคำนวณ Floating-Point Operations (FLOPs) ของมันในทุก core …. ดังนั้น เมื่อกด Start ทุก core ของ CPU จะถูกใช้เต็ม 100% ตลอดเวลา และผลลัพธ์ของ code นี้ก็จะแสดงออกมาว่า CPU ท่านสามารถคำนวณฟังก์ชันตรีโกนมิติแบบวนลูปโดยไม่มี delay ได้กี่ล้าน operations ใน 1 วินาที

สรุป : ให้ท่านดูค่าของ Operations/Second เพียงอย่างเดียวก็พอครับว่าของ CPU ท่านทำได้กี่ล้านครั้งต่อหนึ่งวินาที

ลองเล่นสนุก ๆ นะครับ