“ถ่านไม้” ใช้แทนน้ำมันในรถยนต์ได้จริงหรือ ?

จากข่าวที่มีช่างเครื่องชาวคิวบาคนหนึ่งได้ดัดแปลงรถยนต์ของตนเองให้สามารถใช้ “ถ่าน” เพื่อเป็นเชื้อเพลิงแก่เครื่องยนต์รถยนต์ Fiat Polski รุ่นปี 1980 ของตัวเองได้  ผมลองไปหาข้อมูลดูเพิ่มเติมมันคือศาสตร์ทางด้านเคมีอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Gasification ครับ

มีบทความอธิบายเรื่องนี้อย่างละเอียดครับ …. การเปลี่ยนถ่านให้เป็นก๊าซ (Char gasification)
https://www.sciencedirect.com/topics/engineering/char-gasification


การเปลี่ยนถ่านให้เป็นก๊าซ (Char gasification) คือการเปลี่ยนถ่านไม้/ถ่านหิน/ถ่านโค้กให้กลายเป็นก๊าซสังเคราะห์ (synthesis gas) หรืออีกชื่อนึงที่เคยใช้ในวงการยานยนต์ในอดีตคือ “Producer gas” ครับ  ซึ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดวิกฤติการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก จึงมีนักประดิษฐ์แถบประเทศสแกนดิเนเวียคิดค้นรถยนต์วิ่งด้วยถ่านไม้ขึ้น โดยมีรถยนต์และเครื่องจักรทางการเกษตรนับล้านคันทั่วโลกในยุคนั้นวิ่งด้วย “แก๊สไม้” (Wood gas) นี้ …. แต่ต้นกำเนิดของแนวคิดนี้จริง ๆ ก็คือวิศวกรเคมีชาวฝรั่งเศส Georges Imbert  ซึ่งได้สร้างเครื่องต้นแบบกำเนิดแก๊สไม้จากถ่านโค้กในปี 1923

เครื่องกำเนิดแก้สไม้บนหลังรถกระบะ Dodge RAM 1500 ที่เจ้าของไร่แห่งหนึ่งในอเมริกาใช้งานอย่างจริงจัง (ปี 2011)

รถบัสที่มีเครื่องกำเนิดแก้สไม้ด้านหลัง  เป็นรถของบริษัท Kanachu ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถบัสรายใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของจังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น


Producer gas , Wood gas คือก๊าซเชื้อเพลิงที่ผลิตโดยการเป่าอากาศและไอน้ำผ่านเตาสันดาป โดยในเตาสันดาปนี้ก็จะมีวัตถุดิบเป็นของราคาถูกอย่างเช่นถ่านไม้ , ถ่านโค้กหรือถ่านหิน  ถ่านพวกนี้เมื่อเผาไหม้แล้วจะประกอบด้วยคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไฮโดรเจน (H2) และไนโตรเจน (N2) ในปริมาณมาก  ซึ่ง product จากการเผาไหม้ถ่านพวกนี้แหละที่จะนำมาผ่านกระบวนการ char gasification เพื่อให้สุดท้ายแล้วกลายเป็นก๊าซเชื้อเพลิง (แก้สมีเทน)


2 ภาพล่างนี้คือรถยนต์ของฮวน คาร์ลอส ปิโน ช่างเครื่องชาวคิวบาวัย 56 ปีได้ดัดแปลงรถยนต์ Fiat Polski รุ่นปี 1980 ให้สามารถใช้ “ถ่านไม้” เป็นเชื้อเพลิงได้


แปลและเรียบเรียงจาก
– https://en.wikipedia.org/wiki/Wood_gas_generator
– https://en.wikipedia.org/wiki/Gasification

สุดท้ายนี้ ….. ขอให้วิกฤตการณ์น้ำมันโลกในครั้งนี้จงยุติโดยเร็ว

พาพันขอบคุณ

แมงกะพรุนพิษร้าย

แมงกะพรุนมีพิษที่เรารู้จักกันดีมานานก็คือ Portuguese man o’ war แต่ Portuguese man o’ war มันตัวใหญ่และสีเข้มเห็นได้ชัดเจนเวลาเราเล่นน้ำทะเลครับ

ที่มาของชื่อแมงกะพรุนชนิดนี้ มาจากลักษณะส่วน “กระโดง” ของมันที่คล้ายกับใบเรือของเรือรบโปรตุเกสสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่เรียกกันว่า man-of-war หรือ man-o’-war ครับ


แต่มีแมงกะพรุนพิษร้ายแรงอีกชนิดหนึ่งคือ “แมงกะพรุนอิรุคันจิ” (Irukandji Jellyfish) ตัวเล็กมากเท่าปลายนิ้วเท่านั้น แม้จะมีขนาดตัวที่เล็กมากแค่ “เล็บ” มือเราแต่พิษของมันสามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

🪼ตัวของมันมีขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย (ประมาณ 1–2 เซนติเมตร) ส่วนหัวมีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกล่อง (Box Jellyfish)
🪼​มีหนวด 4 เส้น ยาวได้ตั้งแต่ไม่กี่เซนติเมตรไปจนถึง 1 เมตร ซึ่งหนวดนี้เต็มไปด้วย “เข็มพิษ” (Nematocysts) จำนวนมหาศาล
🪼​ตัวมันใสมากจนเกือบจะโปร่งแสง ทำให้มองเห็นได้ยากมากในน้ำทะเล

​ความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่แผลภายนอก แต่อยู่ที่ “กลุ่มอาการอิรุคันจิ” ที่จะเกิดขึ้นหลังถูกต่อยประมาณ 5–40 นาที
⚠️​ความเจ็บปวดสุดขีด ปวดหลังอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ท้องอืด และปวดศีรษะ
⚠️​ระบบหัวใจและปอด อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูง ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเกิดสภาวะน้ำท่วมปอด
⚠️​ผู้ป่วยมักจะมีความรู้สึก “กลัวตุยอย่างรุนแรง” ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของพิษต่อระบบประสาท

เดิมทีพบมากในแถบชายฝั่งตอนเหนือของออสเตรเลีย

​ในประเทศไทย มีรายงานการพบแมงกะพรุนชนิดนี้ในน่านน้ำไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในแถบทะเลอันดามันและอ่าวไทย (เช่น เกาะกระดาด จังหวัดตราด หรือหมู่เกาะทางภาคใต้) มักพบมากในช่วงหลังพายุฝนหรือช่วงที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น

Drone บินในกล่อง น้ำหนักจะหายไหม ?

มีกระทู้ในพันทิบห้องหว้ากอถามว่า ถ้าเครื่องบินหลายหมื่นลำขึ้นบินในอากาศ น้ำหนักของโลกจะเบาลงบ้างไหม ?
https://pantip.com/topic/44026497
คำตอบก็คือ …. มวลโดยรวมของโลกไม่ลดลงครับ (หรือจะพูดว่าน้ำหนักของโลกไม่ลดลงก็ได้)  เนื่องจากเครื่องบินก็ยังบินอยู่ในบรรยากาศของโลก  ดังนั้น มวล (Mass) ของโลกจึงไม่ลดหรือหายไปไหน

แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็นยานอวกาศ  อย่างเช่นในอนาคตเราสร้างได้หลายหมื่นลำและยานเหล่านั้นบินไปดวงจันทร์-ไปดาวอังคาร แบบนี้ล่ะน้ำหนักโลกก็ลดลงแน่นอน

ในหลักการทางวิทยาศาสตร์เรื่องนี้ได้มีการทดลองเอากล่องพลาสติกใสแบบปิดและมี Drone ขนาดจิ๋วหนัก 21 กรัมอยู่ข้างใน และกดปุ่ม set zero ที่เครื่องชั่งให้เป็นศูนย์ เมื่อ Drone ยกตัวบินขึ้นน้ำหนักที่แสดงในเครื่องชั่งก็ไม่เปลี่ยน  ก็คือไม่ได้แสดงเป็นตัวเลขเปลี่ยนจาก 0 ไปเป็น -21 กรัม

ในคลิปนี้ลองเลื่อนไปที่วินาทีที่ 36 ครับ ก็คือไม่ต้องเป็นกล่องเลยก็ได้แค่เป็น “แผ่น” ที่วางบนเครื่องชั่ง  เมื่อ Drone เริ่มบินขึ้นมันจะเป่าอากาศลงไปด้วยแรงที่เทียบเท่ากับน้ำหนักของมัน ตัวเลขของตาชั่งก็ไม่เปลี่ยน แต่ถ้า Drone ลอยอยู่เหนือตาชั่งแล้วเอามือไปจับหรือหยุดใบพัดมัน น้ำหนักก็จะเปลี่ยนเนื่องจากแรงเป่าอากาศหายไปครับ