แมงกะพรุนพิษร้าย

แมงกะพรุนมีพิษที่เรารู้จักกันดีมานานก็คือ Portuguese man o’ war แต่ Portuguese man o’ war มันตัวใหญ่และสีเข้มเห็นได้ชัดเจนเวลาเราเล่นน้ำทะเลครับ

ที่มาของชื่อแมงกะพรุนชนิดนี้ มาจากลักษณะส่วน “กระโดง” ของมันที่คล้ายกับใบเรือของเรือรบโปรตุเกสสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่เรียกกันว่า man-of-war หรือ man-o’-war ครับ


แต่มีแมงกะพรุนพิษร้ายแรงอีกชนิดหนึ่งคือ “แมงกะพรุนอิรุคันจิ” (Irukandji Jellyfish) ตัวเล็กมากเท่าปลายนิ้วเท่านั้น แม้จะมีขนาดตัวที่เล็กมากแค่ “เล็บ” มือเราแต่พิษของมันสามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

🪼ตัวของมันมีขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย (ประมาณ 1–2 เซนติเมตร) ส่วนหัวมีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกล่อง (Box Jellyfish)
🪼​มีหนวด 4 เส้น ยาวได้ตั้งแต่ไม่กี่เซนติเมตรไปจนถึง 1 เมตร ซึ่งหนวดนี้เต็มไปด้วย “เข็มพิษ” (Nematocysts) จำนวนมหาศาล
🪼​ตัวมันใสมากจนเกือบจะโปร่งแสง ทำให้มองเห็นได้ยากมากในน้ำทะเล

​ความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่แผลภายนอก แต่อยู่ที่ “กลุ่มอาการอิรุคันจิ” ที่จะเกิดขึ้นหลังถูกต่อยประมาณ 5–40 นาที
⚠️​ความเจ็บปวดสุดขีด ปวดหลังอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ท้องอืด และปวดศีรษะ
⚠️​ระบบหัวใจและปอด อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูง ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเกิดสภาวะน้ำท่วมปอด
⚠️​ผู้ป่วยมักจะมีความรู้สึก “กลัวตุยอย่างรุนแรง” ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของพิษต่อระบบประสาท

เดิมทีพบมากในแถบชายฝั่งตอนเหนือของออสเตรเลีย

​ในประเทศไทย มีรายงานการพบแมงกะพรุนชนิดนี้ในน่านน้ำไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในแถบทะเลอันดามันและอ่าวไทย (เช่น เกาะกระดาด จังหวัดตราด หรือหมู่เกาะทางภาคใต้) มักพบมากในช่วงหลังพายุฝนหรือช่วงที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น

Drone บินในกล่อง น้ำหนักจะหายไหม ?

มีกระทู้ในพันทิบห้องหว้ากอถามว่า ถ้าเครื่องบินหลายหมื่นลำขึ้นบินในอากาศ น้ำหนักของโลกจะเบาลงบ้างไหม ?
https://pantip.com/topic/44026497
คำตอบก็คือ …. มวลโดยรวมของโลกไม่ลดลงครับ (หรือจะพูดว่าน้ำหนักของโลกไม่ลดลงก็ได้)  เนื่องจากเครื่องบินก็ยังบินอยู่ในบรรยากาศของโลก  ดังนั้น มวล (Mass) ของโลกจึงไม่ลดหรือหายไปไหน

แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็นยานอวกาศ  อย่างเช่นในอนาคตเราสร้างได้หลายหมื่นลำและยานเหล่านั้นบินไปดวงจันทร์-ไปดาวอังคาร แบบนี้ล่ะน้ำหนักโลกก็ลดลงแน่นอน

ในหลักการทางวิทยาศาสตร์เรื่องนี้ได้มีการทดลองเอากล่องพลาสติกใสแบบปิดและมี Drone ขนาดจิ๋วหนัก 21 กรัมอยู่ข้างใน และกดปุ่ม set zero ที่เครื่องชั่งให้เป็นศูนย์ เมื่อ Drone ยกตัวบินขึ้นน้ำหนักที่แสดงในเครื่องชั่งก็ไม่เปลี่ยน  ก็คือไม่ได้แสดงเป็นตัวเลขเปลี่ยนจาก 0 ไปเป็น -21 กรัม

ในคลิปนี้ลองเลื่อนไปที่วินาทีที่ 36 ครับ ก็คือไม่ต้องเป็นกล่องเลยก็ได้แค่เป็น “แผ่น” ที่วางบนเครื่องชั่ง  เมื่อ Drone เริ่มบินขึ้นมันจะเป่าอากาศลงไปด้วยแรงที่เทียบเท่ากับน้ำหนักของมัน ตัวเลขของตาชั่งก็ไม่เปลี่ยน แต่ถ้า Drone ลอยอยู่เหนือตาชั่งแล้วเอามือไปจับหรือหยุดใบพัดมัน น้ำหนักก็จะเปลี่ยนเนื่องจากแรงเป่าอากาศหายไปครับ

ทำไมน้ำดื่มบรรจุขวดจึงมีวันหมดอายุ ?

น้ำดื่มบรรจุขวดมี “วันหมดอายุ” (Expiration date , best before) กำกับไว้เช่นเดียวกับอาหารทั่วไปครับ นั่นเป็นเพราะภาชนะพลาสติกไม่ใช่ตัวน้ำ H2O เอง

เมื่อเวลาผ่านไป …. ขวดพลาสติก (ส่วนใหญ่มักเป็น PET) จะเสื่อมสภาพและอาจปล่อยสารเคมี เช่น Antimony or bisphenol A (BPA) ลงในน้ำ ซึ่งส่งผลต่อรสชาติ กลิ่น และความปลอดภัย แม้ว่าน้ำจะยังคงปลอดภัยสำหรับการดื่มในระยะเวลานานก็ตาม


การเสื่อมสภาพของขวดพลาสติกจะเสื่อมสภาพลง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับความร้อนและแสงแดดโดยตรง โดยทั่วไปแนะนำให้บริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดภายใน 2 ปีนับจากวันที่ผลิต แม้ว่าน้ำภายในจะไม่ “เสีย” เหมือนอาหาร แต่ความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์จะลดลง ดังนั้นวันหมดอายุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์