ชื่อภาพยนตร์ ” Oppenheimer ” มาจากชื่อบุคคลหนึ่งคือ Julius Robert Oppenheimer (แสดงโดย Cillian Murphy) เขาเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในโครงการแมนแฮตตัน (Manhattan Project) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ
ภาพของ Robert Oppenheimer ใน 2 ช่วงอายุ

ภาพ Cillian Murphy (ซ้าย) กับ Oppenheimer (ขวา)

Oppenheimer จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Harvard และ ปริญญาโท – เอกจาก University of Göttingen (German)ในสาขา Quantum physics ต่อมาได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย University of California, Berkeley และที่ California Institute of Technology (CalTech) แต่เป็นอาจารย์ทั้ง 2 แห่งแค่ไม่ถึงปีเท่านั้นเพราะเขาเลือกที่จะทำงานวิจัยด้าน Nuclear physics แทน
โครงการแมนแฮตตัน
โครงการแมนแฮตตัน หรือชื่อที่เป็นทางการ คือ Manhattan Engineering District เป็นความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังสหรัฐพบว่านาซีเยอรมันกำลังสร้างอาวุธคล้ายกันนี้
การวิจัยสร้างอาวุธนิวเคลียร์นำทีมโดย Oppenheimerโดยอยู่ใต้การดูแลของพลโท Leslie R. Groves (แสดงโดย Matt Damon)
Matt Damon และ Lieutenant General Leslie Richard Groves Jr.

Oppenheimer กับ Groves

การวิจัยทำที่ห้องปฏิบัติการ Los Alamos รัฐนิวเม็กซิโกโครงการแมนแฮตตันได้สร้าง และทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ เพียง 1 ลูกคือในแผนปฏิบัติการ code name ” Trinity ” ทดสอบเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 1945 ในทะเลทรายใกล้เมือง Alamogordo รัฐนิวเม็กซิโก (ซึ่งก็คือเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นเองครับ)
แผนที่ของหน่วยงานในโครงการแมนแฮตตัน

ภาพมุมสูงของสถานีวิจัยที่ Los Alamos

( ปัจจุบัน ที่ Los Alamos เป็นที่ตั้งของ Los Alamos National Laboratory (LANL)
https://about.lanl.gov/
เป็นสถาบันหลักที่วิจัยเกี่ยวกับนิวเคลียร์ และเป็นที่วิจัยของนักศึกษาปริญญาโท-เอก ด้วย )
ส่วนระเบิดนิวเคลียร์อีก 2 ลูกจากโครงการแมนแฮตตันที่นำไปใช้งานจริง ทิ้งจริง ตายจริง ก็คือ ….
– ระเบิดนิวเคลียร์ Little Boy ทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมะ 6 สิงหาคม 1945
– ระเบิดนิวเคลียร์ Fat Man ทิ้งลงที่เมืองนางาซากิ 9 สิงหาคม 1945

โครงการแมนแฮตตันเลือกสถานที่เป็นทะเลทรายที่ Los Alamos รัฐนิวเม็กซิโก เพราะต้องการพื้นที่ห่างไกล โดดเดี่ยว และไม่มีผู้คนอาศัย นักวิทยาศาสตร์ยังต้องการพื้นที่ราบเพื่อลดผลกระทบจากการระเบิด และต้องมีลมพัดเพียงเล็กน้อยเพื่อลดกระจายกัมมันตภาพรังสี พลโท Leslie จึงได้เสนอสถานที่แห่งนี้ และเมื่อเริ่มโครงการ ฯ นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐแคนดาดา และอังกฤษจะต้องมาอยู่ใน site นี้โดยห้ามติดต่อโลกภายนอกเป็นเวลา 2 ปีเศษ
ระเบิดนิวเคลียร์
ลูกระเบิด ฯ ลูกแรกที่ทดลองในโครงการนี้ใช้ทั้ง Plutonium เป็นตัว fissile (Fissile คือ ธาตุกัมมันตรังสีที่กำเนิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง) ทางทีมงานได้เรียกชื่อระเบิดนี้ว่า “Gadget” gadget นี้เป็นระเบิดแบบ Implosionมิใช่แบบ gun type รายละเอียดตามภาพล่างนี้ครับ



การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก
การทดลองระเบิด ฯ ลูกแรกนี้ ก็คือเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเราก็ต้องรอลุ้นชมฉากนี้ในภาพยนตร์ระดับ Nolan ก็น่าจะทำฉากนี้ออกมาได้อลังการนะครับ
ระเบิดถูกจุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 1945 ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่าระเบิดมีพลังมากกว่าที่คาดไว้มาก มีรายงานอธิบายถึงการระเบิดว่า ….
” อุปกรณ์ดังกล่าวระเบิดด้วยพลังงานเท่ากับ 24.8 ± 2 กิโลตัน TNT ทรายในทะเลทรายซึ่งส่วนใหญ่เป็นซิลิกา หลอมละลายกลายเป็นแก้วสีเขียวอ่อนที่มีกัมมันตภาพรังสีอ่อน ๆ ซึ่งมีชื่อว่า Trinitite(หรืออีกชื่อคือ Alamogordo glass) การระเบิดสร้างหลุมลึกประมาณ 1.4 เมตร กว้าง 80 เมตร ในช่วงเวลาของการระเบิด ภูเขาโดยรอบสว่างไสว
สว่างกว่าแสงอาทิตย์เวลากลางวันนาน 1 – 2 วินาที และมีรายงานความร้อนที่ “ร้อนเหมือนเตาอบ” ที่เบสแคมป์สีของแสงที่สังเกตได้เปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีเขียวและในที่สุดก็เป็นสีขาว เสียงคำรามของ Shock wave ใช้เวลา 40 วินาทีในการมาถึงผู้สังเกตการณ์ และเมฆดอกเห็ดสูงถึง 12.1 กิโลเมตร “
ลูกไฟแดงฉาน พร้อมเมฆรูปเห็ดของระเบิด “Gadget”


แถมอีกนิด …. ใน Trailer เรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มต้นท่านจะได้ยินเสียงแกร่ก ๆๆๆ หลายท่านอาจสงสัยว่าเสียงอะไร ?
มันคือเสียง Click จากเครื่องตรวจจับรังสีในยุคแรก ๆ
เรียกว่าเครื่อง Geiger counter (Geiger–Müller counter)คิดค้นโดย Hans Geiger และ Walther Müller นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันการทำงานของเครื่องนี้ ผมขออธิบายตามภาพครับ

เครื่อง Geiger counter ยุคนี้เป็นระบบ Digital หมดแล้วจะเป็นเสียง beep ๆๆๆ แทน เครื่องก็ขนาดเล็กลงมาก


ยกตัวอย่าง ….