เนบิวลามนุษย์หิมะ

Snowman Nebula หรือ Sharpless 2-302 (Sh2-302) ที่กำลังเป็นกระแสถูกพูดถึงในความน่ารักและสีสันที่สวยงาม

ห่างไกลแต่สวยงาม: ความลับของเนบิวลาสีแดง

เนบิวลามนุษย์หิมะตั้งอยู่ในกลุ่มดาวท้ายเรือ (Puppis) ทางท้องฟ้าซีกใต้ อยู่ห่างจากโลกของเราออกไป 6,000 ปีแสง ความสวยงามที่เราเห็นเป็นสีแดงสดใสนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากกระบวนการทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่เรียกว่า “เนบิวลาเปล่งแสง” (Emission Nebula) โดยกระบวนการนี้เกิดจากกลุ่มแก๊สและฝุ่นได้รับรังสีพลังงานสูงจากดาวฤกษ์มวลมากที่อยู่ใกล้ ๆ และจากนั้นอะตอมของไฮโดรเจนจะดูดซับรังสีนั้นไว้ แล้วปลดปล่อยออกมาในรูปของแสงสีแดง (H-alpha)

….. จนมองดูคล้ายกับตุ๊กตาหิมะสีแดงตัวยักษ์กลางอวกาศ (เติมองค์ประกอบเข้าไปหน่อย เผื่อบางท่านนึกไม่ออก 😁🤣😂)

Spacecraft cemetery สุสานยานอวกาศ Point NEMO

ดาวเทียมทุกดวงจะต้องมี Thruster (ไอพ่น) ติดตั้งไว้เสมอครับ  thruster นี้จะใช้ในการทำ station keeping เพื่อให้ดาวเทียมโคจรอยู่ที่ความสูงเดิมเสมอ  และเมื่อใช้ไปนาน ๆ เช่น 10 – 15 ปี  เชื้อเพลิงของ thruster ดาวเทียมจะหมดถัง นั่นก็หมายความว่าดาวเทียมดวงนั้นหมดอายุการใช้งาน  การที่ดาวเทียมหมดอายุไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้างในหมดอายุ แต่เชื้อเพลิงในการทำ station keeping หมด

ดาวเทียมแบบค้างฟ้า (Geostationary orbit) ที่หมดอายุแล้ว  ทางสถานีภาคพื้นดินจะสั่งยิง thruster ครั้งสุดท้ายเพื่อส่งดาวเทียมดวงนั้นไปยัง Graveyard orbit (วงโคจรสุสาน) ครับ  มันเป็นวงโคจรที่ห่างไกลออกไปจากวงโคจรปกติของ Geostationary orbit ประมาณ 350 กิโลเมตร  และอาจมีวิถีโคจรที่เป็นวงรีมากขึ้น  การทำเช่นนี้จะทำให้ดาวเทียมที่หมดอายุสามารถโคจรค้างอยู่แบบนั้นได้นานมาก ๆ (นานระดับ 40 – 50 ปี)  แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในอนาคตที่จะชนกับดวงอื่นหรือตกลงสู่โลก (เผาไหม้ในบรรยากาศจนหมด)


ส่วนดาวเทียมแบบวงโคจรต่ำที่หมดอายุจะถูกสั่ง Thruster พ่นบังคับให้ตกลงที่ Spacecraft Cemetery (สุสานยานอวกาศ) ที่เรียกกันว่า “Point NEMO” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก  ตามภาพนี้

ตะวันอ้อมข้าว (Winter Solstice)

 “ตะวันอ้อมข้าว” (Winter Solstice) ที่เรียกเช่นนี้เพราะว่าช่วงปลายปีตำแหน่งของดวงอาทิตย์ขึ้น – ตกจะไม่เคลื่อนที่ผ่านเหนือศีรษะของเรา  ดังนั้นคนไทยจึงเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ขึ้นอ้อมต้นข้าวจากทิศตะวันออกค่อนไปทางทิศใต้


นอกจากนี้  ปรากฏการณ์ตะวันอ้อมข้าวยังเกี่ยวข้องกับ “วันเหมายัน” (Winter Solstice) ด้วย มันคือวันที่ซีกโลกเหนือเอียงออกจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้ประเทศทางซีกโลกเหนือรวมถึงประเทศไทยมีกลางวันสั้นและกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี