เพลงคลาสสิกแบบฟังสบาย Page 1

เพลงคลาสสิกใน Page 1 นี้ จะเป็นเพลงแบบฟังสบาย ๆ ทุกเพลงเลือกมาเฉพาะเพลงที่คาดว่าทุกท่านเคยได้ยินบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่ทราบชื่อเพลงหรือประวัติของเพลง …. ต้องการฟังเพลงในหน้านี้ทั้งหมด คลิกที่นี่ครับ

🛑 Canon in D เป็นเพลงประเภท Canon แต่งโดยนักประพันธ์เพลงชาว German ในยุค Baroque “Johann Pachelbel” (1653–1706) ในช่วงปี 1680 เดิมทีเพลงนี้ประพันธ์ขึ้นสำหรับ Violin 3 ตัว และ basso continuo และจับคู่กับ Gigue ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Canon & Gigue violins and basso continuo in D major
🛑 Sanctus เป็นหนึ่งในเพลงที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของ Libera วง Boy choir ซึ่งเป็นคณะประสานเสียงจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพลงนี้ Robert Prizeman ผู้กำกับวงเรียบเรียงเพลงโดยใช้ทำนอง “Canon in D” ของ Pachelbel ในแบบที่ไพเราะราวกับมาจากสรวงสวรรค์ โดยใช้เนื้อเพลงสวดภาษาละติน เน้นเสียงสูงสดใสของนักร้องเด็กชายอายุ 8 – 10 ขวบ เพลงนี้กลายเป็นเพลงหลักในบทเพลงที่พวกเขาใช้แสดง โดยผสมผสานองค์ประกอบคลาสสิกและสมัยใหม่เข้าด้วยกัน
🛑 Air on the G String เป็นงานดนตรีสำหรับบรรเลงด้วยเครื่องสายและ Violin เรียบเรียงโดย August Wilhelm เพลงนี้คือ movement ที่ 2 ของ Orchestral Suite No. 3 in D major, BWV 1068 ที่ J.S.Bach แต่งขึ้นสำหรับเจ้าชาย Leopold แห่ง Köthen ระหว่างปี 1717 – 1723 ท่อนนี้ August Wilhelm ได้ปรับจากเดิมในบันไดเสียง D major ไปเป็น C major และดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถเล่นเพลงนี้โดยใช้สาย G ของ Violin เพียงเส้นเดียวได้ …. ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Air on the G String” ครับ
🛑 für Elise หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Bagatelle No.25 in A minor เคยเป็นประพันธ์โดย Ludwig van Beethoven วันที่ 27 เมษายน 1810 แต่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1867 (40 ปีหลังจาก Beethoven เสียชีวิต) ที่เป็นเช่นนี้เพราะต้นฉบับเพิ่งถูกค้นพบภายหลังโดยนักดนตรีวิทยา Ludwig Nohl ….. ที่มาของชื่อเพลง “Für Elise” (แด่ Elise ของฉัน) มีหลายข้อสันนิษฐานครับ แต่ที่นักดนตรีวิทยาเห็นตรงกันมากที่สุดก็คือเป็นเพลงที่ Beethoven เขียนให้ Therese Malfatti ศิษย์และเพื่อนสนิทของเขาซึ่งเขาวางแผนจะแต่งงานด้วยในปี 1810 แต่ Nohl อ่านชื่อผิดเพี้ยนไปจาก “Therese” ไปเป็น “Elise” (ต้นฉบับโน๊ตเพลงเลือนลางมาก)
🛑 Rondo alla Turca (หรือ “Turkish March”) มันเป็น final movement ของงาน Piano Sonata No. 11 K331 ที่ Mozart ประพันธ์ขึ้นราวปี 1783 ใน Vienna หรือ Salzburg เพลงนี้เลียนแบบวงดนตรีเดินแถวของทหาร Janissary แห่งจักรวรรดิ Ottoman ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบ “ตุรกี” ที่ได้รับความนิยมในยุโรปศตวรรษที่ 18 นี่เองเป็นที่มาของชื่อเพลง “Turkish March” และนี่เป็นหนึ่งในผลงาน Piano ที่โด่งดังและมีชีวิตชีวาที่สุดของ Mozart
🛑 The Four Seasons มันคือชุดเพลง Concertos สำหรับ Violin จำนวน 4 บทเพลง ประพันธ์โดย Vivaldi ในช่วงปี 1718 – 1723 ซึ่งแต่ละบทเพลงสื่อถึง 4 ฤดูกาลคือ Spring Summer Authum และ Winter เพลงชุดนี้เขาประพันธ์ขึ้นขณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรีประจำราชสำนักในเมือง Mantua …. ขอยกตัวอย่างท่อน Spring กับ Summer มาให้ครับ

🛑 Luigi Boccherini’s Minuet เป็น movement ที่ 3 (Menuetto) ของ String Quintet in E major, Op. 11, No. 5 (G 275) ประพันธ์โดย Luigi Boccherini ในปี 1771 ท่อน Minuet นี้ได้รับความนิยมอย่างมากและมักถูกนำไปใช้ในสื่อต่าง ๆ เพื่อสื่อถึงสังคมชั้นสูงหรือรูปแบบราชสำนักในศตวรรษที่ 18

🛑 Minuet in G major, BWV Anh. 114 อันโด่งดังนี้ซึ่งเชื่อกันมานานว่าเป็นผลงานของ J.S.Bach …. แต่แท้จริงแล้วเป็นผลงานของ Christian Petzold นักเล่น Organ ชาวเยอรมันซึ่งเขาแต่งงานชิ้นนี้ประมาณปี 1725 เพลงนี้ถูกรวมอยู่ใน Notebook for Anna Magdalena Bach ซึ่งเป็นชุดเพลงที่ Christian แต่งให้ภรรยา ทำให้เกิดการระบุผู้แต่งผิดพลาดเป็น J.S.Bach …. Minuet เพลงนี้เป็นเพลงเต้นรำในราชสำนักฝรั่งเศสสมัยศตวรรษที่ 17 ที่สง่างามที่สุดชิ้นหนึ่ง
🛑 A Lover’s Concerto เป็นเพลง Pop แต่งโดยนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน Sandy Linzer และ Denny Randell โดยอิงจากบทประพันธ์ Minuet in G major, BWV Anh. 114 (เพลงข้างบน) เพลงนี้บันทึกเสียงครั้งแรกในปี 1965 โดยวง The Toys “A Lover’s Concerto ” มียอดขายมากกว่าสองล้านแผ่น …. ซึ่งเวอร์ชั่นของเพลงนี้ที่ฟังกันแพร่หลายมากก็คือเวอร์ชั่นร้อง cover โดย Kelly Chen นักร้องชาวฮ่องกง โดยออกอัลบัมในปี 1998 และได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยและทั่วเอเชียภายในปี 2003 โดยมักถูกใช้เป็นเพลงในงานแต่งงาน
🛑 Serenade No. 13 for strings in G major, K. 525 เป็นเพลงประเภท Serenade แต่งโดย Mozart เมื่อปี 1787 ผลงานชิ้นนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Eine kleine Nachtmusik (ภาษาเยอรมัน) แปลว่า “A little serenade” แต่งขึ้นสำหรับวง Chamber music ที่ประกอบด้วย Violin 2 Viola 1 Cello 1 และ double bass แต่มักจะใช้บรรเลงโดยวงออร์เคสตรา
🛑 Adagio in G minor for strings and organ เป็นผลงานประพันธ์แบบ Neo-Baroque ที่มักเข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของนักประพันธ์ชาวเวนิสในศตวรรษที่ 18 ที่ชื่อTomaso Albinoni …. แต่ในความเป็นจริงแล้วผลงานชิ้นนี้ประพันธ์โดยนักดนตรีวิทยาและนักเขียนชีวประวัติของ Albinoni ในศตวรรษที่ 20 ชื่อ Remo Giazotto เชื่อกันว่าผลงานชิ้นนี้มีพื้นฐานมาจากการค้นพบแนวเบสของ Trio sonata in G minor ที่แต่งโดย Albinoni ในเศษซากโน๊ตต้นฉบับที่ไหม้เสียหายจากสงคราม
🛑 Méditation เป็นท่อนดนตรี Intermezzo จากองก์ที่สองของ Opera เรื่อง Thaïs ประพันธ์โดยคีตกวีชาวฝรั่งเศส Jules Massenet แต่งขึ้นสำหรับบรรเลงเดี่ยวไวโอลินร่วมกับวงออร์เคสตรา ออกแสดงครั้งแรกที่โรงอุปรากร Opéra Garnier กรุงปารีสเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 1894
🛑 Concerto in A major, BWV 1055 งานชิ้นนี้ไม่มีต้นฉบับที่ชัดเจนเท่าใดนักครับ ก็คือเป็นหนึ่งในงานที่ฟื้นฟูมาจากงานต้นฉบับของ J.S.Bach ที่กองรวมกันในหอประวัติศาสตร์ โดยนักประวัติศาสตร์ดนตรี Donald Francis Tovey ได้นำมาปะติดปะต่อกันและแต่งขึ้นมาใหม่ โดยกำหนดให้บรรเลงด้วย Oboe d’amore เพื่อให้เหมาะสมกับยุคของ J.S.Bach ครับ
🛑 Oboe Concerto in C major, K. 314 ของ Mozart ซึ่งประพันธ์ขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี 1777 สำหรับนักดนตรี Oboe Giuseppe Ferlendis (1755–1802) ต่อมาในปี 1778 Mozart ด้ปรับปรุงใหม่เป็น Flute concerto ในบันไดเสียง D minor งานชิ้นนี้เป็นบทเพลงที่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางสำหรับทั้งสองเครื่องดนตรี และเป็นหนึ่งใน Concerto ที่สำคัญที่สุดในบทเพลงสำหรับ Oboe ครับ
🛑 Horn concerto K.412 Mozart ได้ประพันธ์ Concerto สำหรับ Horn จำนวน 4 ชิ้น (K.412 , 417 , 447 และ 495) ระหว่างปี 1783 – 1791 เพื่อมอบให้กับเพื่อนของเขา Joseph Leutgeb นักเล่น Horn ผู้มีฝีมือเยี่ยม …. ต่อมา Horn concerto ทั้ง 4 ชิ้นนี้ได้กลายเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงในด้านความซับซ้อนทางเทคนิค รวมถึงการหยุดเสียงด้วยมือและการใช้ลิ้นอย่างรวดเร็ว มีลักษณะเด่นคือความเไพเราะ สบายหู และมีอารมณ์ขัน
🛑 Mandolin Concerto in C major, RV 425, เพลงนี้เป็น Concerto สำหรับบรรเลงด้วย Mandolin (หรือกีต้าร์ก็ได้) ประพันธ์โดย Antonio Vivaldi คีตกวีชาวอิทาเลียนในปี 1725
🛑 Violin Concerto No. 9 in D Major, RV 230 เป็น Concerto สำหรับ Violin ที่เป็นส่วนหนึ่งของผลงานชุดที่มีชื่อเสียงของเขาคือ “L’estro armonico (Opus 3)” ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1711 ที่อัมสเตอร์ดัม แม้ว่าวันที่ตีพิมพ์จะเป็นปี 1711 แต่บทเพลงนี้น่าจะถูกประพันธ์ขึ้นก่อนหน้านั้นไม่นาน …. L’estro armonico นี้เป็นผลงานที่โด่งดังมากในยุค Baroque และส่งอิทธิพลต่อคีตกวีคนอื่นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง J.S. Bach ได้นำ Concerto ในชุดนี้มาเรียบเรียงใหม่สำหรับ Harpsichord / Organ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่างานของ J.S.Bach ในบางชิ้นมีท่วงทำนองเหมือนกับงานของ Vivaldi
🛑 Concerto for Two Mandolins in G major, RV 532 เป็นผลงานชิ้นเอกสไตล์ Baroque ที่ Vivaldi ประพันธ์ขึ้นในเวนิสระหว่างปี 1724 – 1725 น่าจะเป็นผลงานที่แต่งขึ้นสำหรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า Ospedale della Pietà Concerto ชิ้นนี้สำหรับบบรเลงด้วยเครื่องดนตรี 6-string Mandolino
🛑 Flautino Concerto in C major, RV 443 Vivaldi ประพันธ์ขึ้นราวปี 1720 สำหรับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า Ospedale della Pietà เช่นกัน แม้ว่าต้นฉบับลายมือจะระบุเป็บ Concerto สำหรับเครื่องดนตรี “Flutino” แต่ในปัจจุบันมักบรรเลงด้วยขลุ่ย Recorder หรือ Piccolo
🛑 Concerto for Lute, 2 Violins, and Basso Continuo in D major, RV 93 Vivaldi เขียนงานชิ้นนี้ขึ้นราวปี 1730 – 1731 น่าจะเป็นช่วงที่เขาอยู่ใน Bohemia (กรุงปราก) แม้ว่าเดิมทีจะแต่งขึ้นสำหรับ Lute แต่ปัจจุบันมักบรรเลงด้วยกีตาร์คลาสสิก
🛑 Concerto for Two Trumpets in C major RV 537 เป็นConcerto สำหรับ Trumpet เพียงชิ้นเดียวของ Vivaldi และมีอิทธิพลอย่างมากกลายเป็นส่วนสำคัญในบทเพลงยุค Baroque Vivaldi ประพันธ์เพลงนี้ขึ้นในเวนิสสำหรับ natural trumpets มีลักษณะเด่นคือเสียงที่สดใสคล้ายเสียงแตร โน๊ตเพลงต้นฉบับถูกค้นพบในหอสมุดแห่งชาติ Turin และตีพิมพ์ในปี 1950
🛑 Concerto in D for Trumpet, Strings, and Basso Continuo ประพันธ์โดย Giuseppe Torelli (1658 – 1709) ได้มีการค้นพบโน๊ตต้นฉบับและได้ตีพิมพ์ราวปี 1715 ในชุดรวมผลงานของ Etienne Roger
🛑 Concerto from The Cantata “Geist und Seele wird verwirret” BWV35 (จิตวิญญาณและวิญญาณที่สับสน) เป็นบทเพลง Cantata สำหรับเสียง Alto ประกอบด้วย 7 ท่อน J.S.Bach ประพันธ์ Cantata บทนี้ขึ้นที่เมือง Leipzig เพื่ออุทิศให้แก่ 12th Sunday after Trinity Cantata บทนี้แสดงสู่สาธาณะครั้งแรกเมื่อ 8 กันยายน 1726
🛑 Overture from The Cantata “Wir danken dir, Gott, wir danken dir” BWV29 (เราขอบคุณพระเจ้า เราขอบคุณพระองค์) เป็นบทเพลง Cantata ที่ J.S.Bach ประพันธ์ขึ้นในเมือง Leipzig ในพิธีเปิดสภาเมือง (Ratswechsel) และมีการแสดงครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ 27 สิงหาคม 1731 ณ โบสถ์ St. Nicholas
🛑 Organ Concerto in G minor, Op. 4 No. 1 (HWV 289) Organ concerto ชิ้นนี้ G.F.Handel ประพันธ์ขึ้นราวปี 1735 – 1736 โดยเป็นเพลงใช้เป็นส่วนคั่นระหว่างการแสดง Oratorio เรื่อง Alexander’s Feast ของเขาในลอนดอน ผลงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึง “ความชัดเจนและความงดงามที่ไร้ที่ติ” โดยผสมผสานการบรรเลงเดี่ยว Organ อันทรงพลังและวงออร์เคสตรา ซึ่งเน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญของ Handel ในยุค Baroque
🛑 Violin Concerto in E major, BWV 1042 งานชิ้นนี้ถือเป็น Concerto ชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งในยุค Baroque J.S.Bach ประพันธ์ขึ้นราวปี 1717 – 1723 ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งอยู่ที่เมือง Cöthen ในตำแหน่งหัวหน้าวง (Kapellmeister) ประจำพระองค์ของเจ้าชาย Leopold of Anhalt-Cöthen

ขีปนาวุธของอิหร่าน

จากข่าวอิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกใส่เกาะ Diego Garcia …. ถือว่าสร้างความสะเทือนให้ทั้งอิสราเอล สหรัฐ และประเทศฝั่ง NATO ครับ  เพราะว่าเกาะ Diego Garcia ห่างจากดินแดนอิหร่านถึง 3,800 กิโลเมตร

เกาะ Diego Garcia เป็นเกาะเล็ก ๆ จากจำนวน 58 เกาะในหมู่เกาะ Chagos Archipelago


ดังนั้น จากข้อมูลเดิมที่ว่า ballistic Missile ของอิหร่านยิงได้ไกลประมาณ 2,000 กิโลเมตรก็ไม่ใช่แล้ว  เพราะนี่มันไกล 2 เท่าเลย

ผมลองไล่อ่านข่าวดู ก็มีรายงานว่าผลการโจมตีฐานทัพที่เกาะนี้ไม่ได้รับความเสียหาย  เพราะการยิงจรวดทั้ง 2 ลูกนั้นลูกหนึ่งถูกสกัดโดยจรวด SM-3 ของสหรัฐ และอีกลูกหนึ่งเกิดข้อผิดพลาดในตัวมันเอง


ซึ่งหากดูโครงการขีปนาวุธของอิหร่านในเว็บนี้
https://www.iranwatch.org/our-publications/weapon-program-background-report/table-irans-missile-arsenal
ก็จะมี ballistic missile รุ่นที่ยิงได้ไกล 4,000 – 5,000 กิโลเมตรอยู่ด้วย

เท่าที่ผมทราบข้อมูลและอ่านพวกบทวิเคราะห์ในอินเตอร์เน็ตตามเว็บต่าง ๆ การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูกนี้  น่าจะเป็นการยิงจรวดแบบ SLV ไม่รุ่นใดรุ่นหนึ่งตามภาพบนนี่แหละครับ ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจรวด SLV ที่ยิงไปนั้นเป็นจรวดที่พร้อมเป็นขีปนาวุธหรือยัง ?

ที่บอกว่าเป็นจรวดที่พร้อมเป็นขีปนาวุธหรือยังก็หมายความว่า จรวดแบบ SLV ซึ่งปกติจะใช้ในการส่งดาวเทียมเท่านั้น มีระบบนำทางที่แม่นยำและมีระบบในการปล่อยหัวรบออกมาเหมือนกับขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM หรือยัง ?  หรือครั้งนี้อิหร่านแค่ยิงขู่หรือต้องการแค่ “ส่งสัญญาณ” ว่าฉันสามารถทำระยะยิงได้ไกลได้แล้วนะเว้ย  ส่วนระบบนำทางยังพัฒนาไม่ถึงขั้นหรือยังพัฒนาไม่เสร็จ ?

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ จรวดแบบ SLV ซึ่งอิหร่านมีอยู่แล้วในมือ 3 รุ่นตามภาพข้างบนนั้น …. การที่จะดัดแปลง SLV ไปเป็น “ขีปนาวุธ” ที่ยิงได้ไกลระดับ 4,000 ถึง 5,000 กิโลเมตรพร้อมระบบนำทาง + ระบบปล่อยหัวรบมันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก จุดนี้แหละที่การข่าวทั่วโลกยังไม่รู้ ซึ่งหากทำได้จริงก็ต้องประเมินศักยภาพของอิหร่านใหม่หมดเลย

และมีหลายบทวิเคราะห์ก็กล่าวกันว่า ขีปนาวุธที่อิหร่านใช้ในครั้งนี้จะเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง “Khorramshahr-4” ซึ่งเป็นขีปนาวุธแบบเชื้อเพลิงเหลวมีระยะทำการประมาณ 2,000 กิโลเมตร  แต่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ในรูปแบบที่สามารถยิงได้ไกลเกือบ 2 เท่าจากสเปคเดิม โดยการลดน้ำหนักบรรทุก (payload) และปรับเปลี่ยนรูปแบบของ trajectory ….. อธิบายง่าย ๆ ก็คือ  นำขีปนาวุธ Khorramshahr-4 มาลดขนาดของหัวรบให้น้อยลงจากหัวรบหนัก 1,500 กิโลกรัมหรือ 300 – 500 กิโลกรัม และปรับเปลี่ยนการเดินทางขีปนาวุธเป็นเส้นโค้งเพื่อให้ยิ่งไกลขึ้นแต่ความแม่นยำจะลดลงมาก

ซีเซียม 137 (Caesium-137)

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2566 โดยแท่งสารกัมมันตรังสีหายไปจากโรงไฟฟ้าใน จ.ปราจีนบุรี ก่อนพบว่าถูกหลอมที่โรงงานเหล็ก ทำให้ฝุ่นปนเปื้อนกระจายออกไปส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน กระแสความวิตกกังวลเรื่อง “ซีเซียม 137” จึงเกิดขึ้น  ผมจึงขอนำเสนอความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้  เพื่อให้ท่านทราบถึงคำศัพท์ต่าง ๆ เผื่อว่าเห็นในข่าวจะได้เข้าใจความหมายครับ

ซีเซียม 137 (Caesium-137)  คืออะไร
Caesium  เป็นธาตุบริสุทธิ์ชนิดหนึ่งเป็นธาตุโลหะอัลคาไล  ลักษณะอ่อน-เหลว มีจุดหลอมเหลว 28.5 °C   สีเงินผสมทอง มันเป็น 1 ใน 5 ธาตุโลหะที่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง (เราคุ้นเคย “ปรอท” อยู่ตัวเดียวที่เป็นโลหะเหลว)

   บรรดาธาตุทุกประเภทในโลกเราจะมีลักษณะอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Isotope …. Isotope ของธาตุต่าง ๆ จะมีแบบเสถียร (Stable) และไม่เสถียร (Unstable)   ตัวที่ไม่เสถียรจะสลายตัวปล่อยกัมมันตรังสี (Radioactive) ออกมาครับ Isotope หนึ่งของธาตุ Caesium ที่นำมาใช้ประโยชน์คือ Caesium-137  ประโยชน์ของมันก็คือ Caesium-137 จะสลายตัว (Decay) ปล่อยอนุภาคออกมา 2 ตัว คือ  อนุภาค Beta และ Gamma การใช้ประโยชน์คือนำอนุภาคนี้ไปใช้ทางการแพทย์ในอุตสาหกรรม / วิทยาศาสตร์  เพราะ Beta , Gamma มันแพร่ “ทะลุ” วัสดุต่าง ๆ ได้

Cs-137  ปกติแล้วจะเป็นโลหะเหลวที่อุณหภูมิอุ่น ๆ ร้อน ๆ แบบเมืองไทย

Caesium-137 ในเหตุการณ์นี้  ใช้ทำอะไร ?
โรงไฟฟ้าที่เกิดเหตุเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล คือนำพวกเศษวัสดุต่าง ๆ ที่เป็นชีวมวลอย่าง กากอ้อย  เศษไม้เป็นเชื้อเพลิงในการต้มน้ำนำไอน้ำไปขับ Generator ผลิตไฟฟ้า ในการเผาวัสดุเหล่านี้จะต้องมีการตรวจสอบระดับของขี้เถ้าในไซโลว่ามีปริมาณเท่าใดซึ่งอุปกรณ์ตรวจจับระดับขี้เถ้านี้แหละ  ที่ใช้ Cs-137 เรียกว่า Nucleonic Gauges  มันจะใช้ธาตุกัมมันตรังสี 2 ตัวคือ Cs-137 และ Americium-241 แพร่ gamma ray ออกมาใน 2 ระดับพลังงาน เรียกว่าเทคนิค transmission of dual energy γ-ray
http://instrmentationtechnics.blogspot.com/2016/05/principles-of-nucleonic-gauges.html

อุปกรณ์ตรวจจับระดับขี้เถ้า Nucleonic Gauges  ในไซโลเก็บขี้เถ้าของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้หลักการของ gamma ray จะทะลุผ่านผนังไซโลไปยัง detector โดยหากมี Fly Ash (เถ้าลอย) สะสมมาก ๆ ความเข้มข้นของ gamma ray  ที่รับโดย detector จะมี level ที่ลดลง

การใช้ Cs-137 มันจะสะดวกมากเพราะมัน “ทะลุ” ผ่านผนังไซโลได้  ตัวอุปกรณ์เองก็ไม่ต้องบำรุงรักษา ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเพราะมันแพร่อนุภาคออกมาเองตลอดเวลาใช้ได้นานหลายสิบปีเพียงแค่ติดไว้เฉย ๆ (แต่ฝั่ง detector จะต้องใช้ไฟฟ้า เพราะมันคือ electronics)

Cs-137  อันตรายอย่างไร ?
ด้วยความที่ Cs-137  decay แพร่อนุภาคออกมาตลอดเวลามันจึงอันตราย  เพราะอนุภาค Beta , Gamma สามารถ “ทะลุ” ผ่านเสื้อผ้า ผ่านผิวหนังเราได้

จากแผนผังการ Decay นี้  จะเห็นว่ามีการปล่อยอนุภาคออกมา 2 ตัว คือ Beta , Gamma 
การเข้าใกล้ Cs-137 แค่ 1 -2 เมตร  (แค่วางไว้เฉย ๆ ไม่มีการฟุ้งกระจาย) จะทำให้เกิดการไหม้ของผิวหนังจากการทะลุทะลวงของอนุภาค Beta , Gamma  และจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้เนื่องจากรังสี Gamma เป็น Photons พลังงานสูง มันจะทะลุทะลวงเข้าไปในระดับเซลล์ของเราทำให้เซลล์เสียหายในระดับ Atom  ทำให้เนื้อเยื่อกลายเป็นมะเร็งได้ นอกจากนี้ร่างกายเราจะเริ่มมีภูมิคุ้มกันลดลงเนื่องจากอนุภาค Beta , Gamma ไปทำลายเม็ดเลือดขาว

รายละเอียดของ Alpha  Beta  Gamma

ครึ่งชีวิต  คืออะไร ?
ครึ่งชีวิต  ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์คือ Half-life มันหมายความถึงว่า  ธาตุกัมมันตรังสีตัวนั้นแพร่อนุภาค (Decay) ด้วยอัตราเร็วเท่าใด ธาตุใด / Isotope ใดมีครึ่งชีวิตสั้น = อันตราย
เพราะมันจะแพร่รังสีเร็วมากจนมันสลายตัวไปหมดเร็ว อย่าง Cs-137  มีครึ่งชีวิต 30.1 ปี  ก็หมายความว่า Cs-137  100 กรัม  เมื่อตั้งทิ้งไว้ 30.1 ปีมันจะสลายตัวจนก้อนนั้นหดลงเหลือ 50 กรัม
และ …. หากตั้งทิ้งต่อไปอีก 30.1 ปีก้อน Cs-137 จะสลายตัวหดลงเหลือ 25 กรัม

ขอแนะนำเวบสำเร็จรูปคำนวณ Half-life ครับ
https://www.omnicalculator.com/chemistry/half-life

หากได้รับกัมมันตรังสีจาก Cs-137  มีทางรักษาหรือไม่ ?
ในทางการแพทย์จะมีวิธีรักษามานานแล้วครับโดยใช้ ปรัสเซียนบลู (Prussian blue)
อ่านรายละเอียด (ภาษาไทย) ได้ที่นี่
http://nkc.tint.or.th/nkc54/content-01/nstkc54-031.html

คำว่า “ฝุ่นแดง” ในข่าวต่าง ๆ คืออะไร ?
ขออธิบายเรื่องเตาหลอมเหล็ก ก่อนครับ เตาหลอมเหล็กจะใช้อุณหภูมิประมาณ 1,600 – 1,700 ℃
เพื่อหลอมเหล็กทุกประเภทให้ละลายเป็นของเหลวสมบูรณ์และ  เหล็กทั่วไปที่ใช้ในอุตสาหกรรม / โครงสร้างต่าง ๆ จะเป็นเหล็กกัลวาไนซ์  คือ เหล็กที่ถูกนำไปชุบกัลวาไนซ์ (สังกะสี)
หรือจะเรียกกันว้า เหล็กชุบซิงค์  ทั้งนี้เพื่อเหล็กทนต่อความชื้น เมื่อนำเศษเหล็กเหล่านี้ที่อาจมีสิ่งแปลกปลอมปะปนเข้าไปอย่างอุปกรณ์ตัวนี้ …. เมื่อเข้าไปในเตาเจอความร้อน 1,700 ℃  สังกะสีที่มีจุดเดือด 950 ℃ และ  Cs-137 ที่มีจุดเดือด 670 ℃  จะกลายเป็นไอฟุ้งอยู่ในเตาหลอม  และเมื่อปิดเตา  ไอสังกะสี  / ไอ Cs-137  และ ไอวัสดุอื่น ๆ  จะกลายเป็น “ฝุ่น” รวม ๆ กันเป็นสีแดง  จึงเรียกว่า “ฝุ่นแดง” ครับ


ทีนี้  หากโรงหลอมแห่งนั้นได้พลาดหลอมอุปกรณ์นี้ ฝุ่นแดงที่โกยออกมาจากเตาหลอมจะมีผง Cs-137 ปะปนอยู่ด้วย  และมันจะแพร่รังสีตลอดเวลา “ฝุ่นแดง” จะถือเป็นของเสียจากโรงถลุง/หลอมเหล็ก ปกติแล้วโรงงานในไทยจะส่งฝุ่นแดงไปยังโรงงานรีไซเคิลในไทยหรือ  อาจส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อรีไซเคิลเอาสังกะสีที่อยู่ในฝุ่นแดงมาใช้ประโยชน์อีก