ปรากฏการณ์ Pareidolia …. อะไร ๆ ก็เหมือนหน้าคนไปหมด

ปรากฏการณ์ที่เกิดกับมนุษย์มานานและสามารถเกิดได้กับมนุษย์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเลยก็คือ Pareidolia ครับ มันคือลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของสมองมนุษย์ที่รับรู้ภาพจากสิ่งใด ๆ ทุกอย่างที่ดวงตามองเห็นให้เป็นรูปร่างที่มนุษย์คุ้นเคย เช่นตีความสิ่งเหล่านั้นไปเป็นใบหน้าคน สัตว์

ภาพพื้นผิวดาวอังคารจากยาน Viking 1 ปี 1976 …. ทุกคนที่เห็นภาพนี้ก็จะตีความก้อนหินด้านบนสุดเป็นรูปหน้าคน นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปรากฏการณ์ Pareidolia


กลไกของ Pareidolia เกิดจากกลไกการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่พยายามตีความสิ่งแวดล้อมเพื่อหาความหมาย มีพื้นฐานมาจากการทำงานของสมองมนุษย์ที่ถูกพัฒนามาให้จดจำใบหน้าได้รวดเร็วเพื่อความปลอดภัยและการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ดังนั้นเมื่อเรามองเห็นวัตถุใดที่ไม่มีความหมายอะไรเลย แต่สมองกลับพยายามจับคู่ภาพ/รูปร่างเหล่านั้นกับข้อมูลที่คุ้นเคยในหน่วยความจำสมอง

ตัวอย่างของ Pareidolia

และแน่นอนว่ายังมีอีกเป็นพันเป็นหมื่นครับ เพราะภาพใด ๆ ในธรรมชาติก็ถูกสมองมนุษย์ตีความได้ทั้งนั้น

พาพันขอบคุณ

วันนี้สมองของท่านเกิด Pareidolia แล้วหรือยัง ?

เพี้ยนขำหนักมาก

แค่ฝนตก/ลมแรง ทำไมไฟดับ ? สายไฟขาดเหรอ ?

หากมีเหตุขัดข้องบางประการในระบบส่งไฟฟ้าเช่นมีวัตถุพาดสาย ต้นไม้พาดสายไฟลง ground ฟ้าผ่าใกล้สายส่ง  จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลเกินกำหนดจะเรียกว่าความผิดปกติแบบไม่สมดุลย์ (UnSymmertrical Fault) และอาจเกิดอันตรายต่ออุปกรณ์การจ่ายไฟหลักได้  ระบบจึงต้องตัดไฟโดยอัตโนมัติโดยจะมีอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติตัวหนึ่งเรียกว่าตัว Recloser  ซึ่งจะตัดวงจรออกเพียงครู่หนึ่งเมื่อระบบปกติแล้วระบบก็จ่ายไฟตามระบบต่อไป

แต่หากไฟดับยาวไปเลย  ก็อาจเป็นเพราะRecloser ไม่ ON ให้ …. จนท.การไฟฟ้าต้องไป ON เองครับ

Honeypot Ant มดถังน้ำหวาน

Honeypot Ant เป็นชื่อเรียกมดงานกลุ่มพิเศษที่พบได้ในหลายสกุล (เช่น Myrmecocystus ในอเมริกา หรือ Camponotus ในออสเตรเลีย) ซึ่งมีวิวัฒนาการในการปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง ​มดงานที่ทำหน้าที่นี้จะถูกเรียกว่า Plerergates พวกมันไม่ได้เกิดมาตัวพองโตเลย แต่จะถูกมดงานตัวอื่น ๆ ป้อนน้ำหวาน น้ำ และของเหลวจากแมลงอื่น ๆ เข้าทางปากจนส่วนท้อง (Gaster) ขยายตัวออกได้หลายเท่าของขนาดตัวปกติ ส่วนท้องจะขยายจนผนังปล้องแยกออกจากกันจนเห็นเนื้อเยื่อใสๆ ข้างในที่บรรจุอาหารเหลวไว้ดูคล้ายกับ “หยดน้ำผึ้ง”

   ​เมื่อท้องขยายเต็มที่พวกมันจะขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทำได้เพียงเกาะนิ่ง ๆ อยู่บนเพดานของรังชั้นที่ลึกที่สุดเพื่อความปลอดภัย​ในพื้นที่ทะเลทราย อาหารไม่ได้มีให้กินตลอดปี มดน้ำผึ้งจึงทำหน้าที่เป็น “ธนาคารสำรองอาหาร” ของรัง  ​ช่วงขาดแคลน เมื่ออาหารด้านนอกหายาก มดตัวอื่นๆ จะมาสะกิดที่หนวดของมดน้ำผึ้ง เพื่อให้พวกมันสำลัก (Regurgitate) น้ำหวานออกมาแบ่งปันให้สมาชิกในรังได้อิ่มท้อง ​เนื่องจากพวกมันบรรจุสารอาหารที่มีน้ำตาลสูงและเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ มดน้ำผึ้งจึงตกเป็นเป้าหมายของศัตรู ​ศัตรูธรรมชาติ สัตว์อย่างตัวตุ่น หรือมดต่างรัง มักจะพยายามขุดหาตัวมดน้ำผึ้งเพื่อกินเป็นอาหาร

​ในบางวัฒนธรรม เช่น ชาวพื้นเมืองในออสเตรเลีย (Aborigines) มดน้ำผึ้งถือเป็น “ขนมหวานจากธรรมชาติ” ที่หายากและมีค่า พวกเขาจะขุดหารังมดเหล่านี้และกินส่วนท้องของมันซึ่งมีรสชาติหวานคล้ายน้ำผึ้งผสมกับกรดมดเล็กน้อย

ภาพแสดงถึงขนาดท้องที่บวมเป่ง  ตอนที่กินของเหลวไปจนเต็มท้องแล้ว

เมื่อกลับมาที่รัง  มันจะยึดตัวเองกับด้านบนของรัง  และทำหน้าที่เป็น  ” แท้งค์น้ำ “
เพื่อให้มดตัวอื่นมาดูดของเหลวกินในช่วงที่อาหารขาดแคลน  แห้งแล้ง  หรือ  น้ำท่วม