เพลงของ John Philip Sousa

John Philip Sousa (1854 – 1932) เป็นนักแต่งเพลงและวาทยกรชาวอเมริกัน เป็นผู้ประพันธ์เพลงมาร์ชไว้มากมายจนได้รับสมญานามว่า “ราชาเพลงมาร์ช” เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 Sousa ได้รับแต่งตั้งเป็นร้อยโทเพื่อนำวงดนตรีสำรองของกองทัพเรือในรัฐอิลลินอยส์ จากนั้นเขาก็กลับมาอำนวยเพลงให้กับวง เขาทำงานเพลงมาตลอดจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1932 …. ฟังเพลงในหน้านี้ทั้งหมด คลิกที่นี่

🛑 Anchor aweigh เพลงนี้เป็นเพลงที่เขาแต่งมาสำหรับทหารเรือโดยเฉพาะ มีเนื้อหากล่าวถึงการออกเรือไปปฏิบัติภารกิจของทหารเรือ ต้องจากบ้านจากครอบครัว และหวังว่าทุกคนจะอวยพรให้พวกเขาโชคดี (มี 2 เวอร์ชั่นครับแบบมีเนื้อร้องและบรรเลงอย่างเดียว)

🛑 Under the Double Eagle เป็นเพลง March ออสเตรียประพันธ์โดย Josef Franz Wagner หัวหน้าวงดนตรีทหารในปี 1902 แต่ John Philip Sousa เป็นผู้ทำให้เพลงนี้เป็นที่นิยมในอเมริกา ต่อมาเพลงนี้กลายเป็นเพลงหลักของวงดุริยางค์ทหารในสหรัฐ
🛑 The Washington Post March เป็นเพลงมาร์ชที่เขาแต่งให้บริษัทที่มาซื้อกิจการของหนังสือพิมพ์ Washington Post เจ้าเดิมในปี 1889 นับตั้งแต่นั้นมาเพลงนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเพลงมาร์ชที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเขาในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ
🛑 The Liberty Bell เพลงนี้ถูกเขียนขึ้นสำหรับ Operetta (Opera ขนาดสั้น) ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของเขาเรื่อง “The Devil’s Deputy” …. แต่ต่อมาโปรเจคนี้ได้ยกเลิกไป และหลังจากนั้นทางทีมงานของเขาก็คิดว่าควรจะขายเพลงนี้ และให้ตั้งชื่อว่า “The Liberty Bell” ซึ่งก็คือระฆังเสรีภาพของการประกาศอิสรภาพของอเมริกาจากสหราชอาณาจักร
🛑 King Cotton เป็นเพลงเดินทัพทางทหารที่แต่งขึ้นในปี 1895 โดย John Philip Sousa สำหรับงาน Cotton States and International Exposition (1895) และเพลงนี้ยังปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง “Superman III” บรรเลงขณะที่ Superman ได้รับการต้อนรับจากชาวเมืองสมอลวิลล์
🛑 Semper Fidelis เขาแต่งเพลงนี้ในปี 1888 ถือเป็นเพลง March อย่างเป็นทางการของนาวิกโยธินสหรัฐ เพลงนี้แต่งขึ้นตามคำขอของประธานาธิบดี Chester A. Arthur ที่ต้องการเพลงใหม่เพื่อใช้เป็นเพลงประจำตำแหน่งประธานาธิบดี คำว่า Semper Fidelis เป็นภาษาละตินแปลว่า “ซื่อสัตย์เสมอ”
🛑 The Stars and Stripes Forever เป็นเพลง March ปลุกใจที่แต่งในปี 1896 ได้รับการรับรองโดยรัฐสภาสหรัฐให้เป็นเพลงประจำชาติของสหรัฐ เขาได้แต่งเพลงนี้ในวันคริสต์มาสปี 1896 ขณะอยู่บนเรือเดินทะเลระหว่างเดินทางกลับจากพักผ่อนในยุโรปพร้อมกับภรรยา เพลงนี้ได้รับการบรรเลงครั้งแรกในพิธีเปิดศาลาว่าการเมือง Orgusta, Maine เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1897
🛑 El Captain เป็นเพลงประกอบ Operetta 3 องก์ที่ประสบความสำเร็จของเขา และเป็นผลงานบนเวทีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเขาด้วย เพลง March เพลงนี้กลายเป็นเพลงมาตรฐานสำหรับวงดนตรีซิมโฟนี/วงเครื่องเป่า และยังได้รับความนิยมในแนวดนตรีอื่น ๆ อีกด้วย
🛑 Colonel Bogey March ประพันธ์ขึ้นในปี 1914 โดยหัวหน้าวงดนตรีของ Sousa คือ Lieutenant F.J. Ricketts เพลงนี้มีชื่อเสียงจากทำนองที่มีขึ้นมีลง ได้รับความนิยมอย่างมากจากภาพยนตร์เรื่อง “The Bridge on the River Kwai” (1957)
🛑 The Thunderer เป็นเพลง March ที่แต่งในปี 1889 ที่มาของชื่อนี้มาจาก Myron M. Parker นักการเมืองที่มีชื่อเสียงของ District of Columbia และ Freemason เพลงนี้เป็นหนึ่งในผลงานประพันธ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Sousa ด้วย

เพลงคลาสสิกแบบจังหวะรวดเร็ว

เพลงคลาสสิกในหน้านี้จะเป็นเพลงจังหวะรวดเร็ว ฟังสนุก ส่วนมากเป็นเพลงเต้นรำในสมัยยุค Baroque / Classic แต่รับรองว่าคุ้นหูทุกเพลง …. ต้องการฟังเพลงในหน้านี้ คลิกที่นี่

🛑 CanCan ชื่อนี้เป็นชื่อเล่นของท่อนที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Infernal Galop” เป็นฉากที่มีชื่อเสียงและมีชีวิตชีวาจากองก์สุดท้ายของ Operetta เรื่อง Orpheus in the Underworld ประพันธ์โดย Jacques Offenbach ในปี 1858 เป็นฉากการเต้นรำที่เร้าใจของเหล่าเทพเจ้าในยมโลก เป็นสัญลักษณ์ของความสนุกสนานที่ท้าทาย (อำนาจ) มากกว่าความเศร้าหมองแบบดั้งเดิมของโลกใต้ดิน (Underworld)
🛑 Capriccio Espagnol, Op. 34 เป็นชุดเพลงสำหรับวงออร์เคสตราที่มีชีวิตชีวา ประกอบด้วย 5 ท่อน ประพันธ์โดย Nikolai Rimsky-Korsakov ในปี 1887 โดยใช้ทำนองเพลงพื้นบ้านของสเปนเป็นพื้นฐาน เดิมทีเพลงนี้ตั้งใจประพันธ์ขึ้นสำหรับไวโอลินเดี่ยวและวงออร์เคสตรา แต่ได้มีการเรียบเรียงใหม่เพื่อให้สีสันและความสามารถในการบรรเลงของวงออร์เคสตราโดดเด่นยิ่งขึ้น เพลงชุดนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ St. Petersburg เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1887
🛑 The William Tell Overture เพลงนี้เป็นท่อน overture จาก Opera เรื่อง Guillaume Tell ประพันธ์โดน Gioachino Rossini ในปี 1829 ซึ่งเป็น Opera เรื่องสุดท้ายของเขา บรรยากาศเพลงได้บรรยายภาพทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยการเกิดพายุและ “เพลงมาร์ชของทหารสวิส” ท่อน finale (ที่ตัดมาให้ท่านฟังนี้) เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจากการที่นำไปประกอบภาพยนตร์ The Lone Ranger
🛑 Entrance of the Gladiators Op.68 เพลงนี้แปลเป็นไทยคือ “การเข้าสู่สังเวียนนักรบกลาดิเอเตอร์” ประพันธ์โดย Julius Fučík นักประพันธ์ชาวเช็กในปี 1897 เพลงนี้ใช้เป็นเพลงเดินทัพที่มีชื่อเสียงซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์โรมัน เดิมทีเพลงนี้มีชื่อว่า “Grande Marche Chromatique” แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเพื่อสะท้อนความหลงใหลในนักรบกลาดิเอเตอร์ของเขา ปัจจุบันเพลงนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในฐานะเพลงประกอบละครสัตว์ (ซะงั้น 🤣😂😁) มักเรียกกันว่า “Thunder and Blazes”
🛑 Les voici (หรือชื่อเต็มคือ “Les voici, voici la quadrille”) เป็นเพลงเปิดตัวที่มีชื่อเสียงมากของ Act IV (องก์ที่ 4) ของ Opera เรื่อง “Carmen” ประพันธ์โดย Georges Bizet ในปี 1875 เพลงนี้แสดงให้เห็นขบวนแห่เฉลิมฉลองที่คึกคักไปด้วยนักสู้วัวกระทิงและชาวเมือง Seville
🛑 The Tritsch-Tratsch-Polka Op.214 (หรืออีกชื่อคือ “Chit-Chat Polka”) เป็นบทเพลงเต้นรำแบบ Polka สำหรับวงออร์เคสตราที่มีชื่อเสียงและมีจังหวะเร็ว สนุกสนาน ประพันธ์โดย Johann Strauss II ในปี 1858 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการทัวร์คอนเสิร์ทรัสเซียที่ประสบความสำเร็จของเขา และนิสัย “เสือกเรื่องชาวบ้าน” 😂🤣😒 + ความชื่นชอบในการ “นินทา” ซุบซิบเม้าท์มอยของชาวเวียนนา (ออสเตรีย)
🛑 O Fortuna แต่เดิมแล้วชื่อ “O Fortuna” นี้เป็นบทกวีภาษาละตินในศตวรรษที่ 13 ซึ่ง Carl Orff นักประพันธ์ชาวเยอรมันได้นำบทกวีนี้มาแต่งบทเพลง “Carmina Burana” ที่คร่ำครวญถึงธรรมชาติของโชคชะตาที่ไม่อาจควบคุมได้ เพลงนี้หลายท่านจะคุ้นเคยอย่างมากจากการนำไปประกอบภาพยนตร์/สารคดี
🛑 Also sprach Zarathustra, Op.30, เพลงที่ยกมาให้ท่านฟังนี้คือท่อนเปิด (Opening) จาก tone poem “Also sprach Zarathustra” ประพันธ์โดย Richard Strauss ในปี 1896 Op. 30 เพลงนี้เขาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายเชิงปรัชญาของ Friedrich Nietzsche บทเพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ Frankfurt เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1896 โดยเขาควบคุมวงเอง ….. ท่อน opening ที่ท่านฟังนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง “2001: A Space Odyssey”
🛑 Die Entführung aus dem Serail (ชื่ออังกฤษคือ The Abduction from the Seraglio) เป็นเพลงท่อนหนึ่งที่สนุกสนานมากจากบทประพันธ์ Singspiel 3 องก์ประพันธ์โดย Mozart ในปี 1782 บทประพันธ์นี้แสดงรอบปฐมทัศน์ที่โรงละคร BurhThertre ในกรุงเวียนนา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากและสร้างชื่อเสียงให้กับเขาในประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ละครเพลงสามองก์เรื่องนี้ประกอบด้วยบทสนทนาและดนตรีที่ได้รับอิทธิพลจากตุรกี เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการที่ Belmonte พยายามช่วยเหลือ Constanze คนรักของเขาจากวังของ Pazalim
🛑 Gloria in D major RV 589 เป็นบทเพลงประสานเสียงศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงในยุค Baroque เพลงชุดนี้ Antinio Vivaldi ประพันธ์ขึ้นในเมืองเวนิสในปี 1715 สำหรับสถานเด็กกำพร้าเด็กหญิง Ospedale della Pietà เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชุดหนึ่งในประเภทเพลงทางศาสนา
🛑 Agitata da due venti เป็นบทเพลงเอกที่โด่งดังและต้องใช้เทคนิคการร้องเสียง Soprano ขั้นสูงสุด เพลงนี้มาจาก Opera เรื่องGriselda ของ Antonio Vivaldi ในปี 1735 มีลักษณะเด่นคือการร้องเสียงสูงที่ซับซ้อนแสดงถึงความวุ่นวายภายในจิตใจ
🛑 Cossack dance เพลงนี้ปรากฏใน 2 งานของ Peter Tchaikovsky คือใน Opera เรื่อง Mazeppa ในปี 1883 และใน Bullet เรื่อง The Nutcracker ในปี 1892 ทั้งสองอย่างสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของเขาในการนำดนตรีพื้นบ้านและจังหวะดั้งเดิมของยูเครน/รัสเซียมาใช้ในฉากละครที่มีพลังและน่าตื่นตาตื่นใจ
🛑 Brahms’ Hungarian Dances เป็นชุดเพลงบรรเลง Piano คู่ที่โด่งดังจำนวน 21 เพลง ซึ่งต่อมาได้มีการเรียบเรียงใหม่สำหรับวงออร์เคสตรา Brahm ประพันธ์ขึ้นระหว่างปี 1858 – 1869 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากทำนองเพลงพื้นบ้านของฮังการีและดนตรีของชาวโรมาเนีย (“ยิปซี”) การเต้นรำเหล่านี้ผสมผสานทำนองเพลงพื้นบ้านเข้ากับเทคนิคดนตรีคลาสสิก …. Hungarian Dance 2 เพลงนี้คือ No.1 และ No.5 ครับ

🛑 Rejoice Greatly, O Daughter of Zion เป็นบทร้องเสียง Soprano aria จากบทเพลง Oratorio “The Messiah” ประพันธ์โดย George Frideric Handel ในปี 1741 เป็นบทเพลงที่มีชีวิตชีวาและแสดงถึงความสามารถทางเทคนิคขั้นสูงของนักร้องเสียง Soprano เนื้อเพลงมีความหมายว่าเป็นความปีติยินดีในการมาถึงของพระ Messiah (ผู้ไถ่บาป) และยังคงเป็นบทเพลงหลักที่ใช้ในการแสดงในเทศกาลคริสต์มาสและอีสเตอร์มานานหลายศตวรรษ
🛑 Mandolin Concerto in C major, RV 425, เพลงนี้เป็น Concerto สำหรับบรรเลงด้วย Mandolin (หรือกีต้าร์ก็ได้) ประพันธ์โดย Antonio Vivaldi คีตกวีชาวอิทาเลียนในปี 1725
🛑 Antonio Bazzini’s Scherzo fantastique, Op.25 “La ronde des lutins” (Dance of the Goblins) เป็นบทเพลงแสดงความสามารถทางไวโอลินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เน้นทักษะทางเทคนิคขั้นสูง มีการเล่นเทคนิค staccato ที่เร็วมาก และ left-hand pizzicato เพลงนี้มักใช้เป็นบทเพลงปิดท้ายที่นักไวโอลินนิยมใช้แสดงความสามารถทาง Solo อย่างเต็มที่
🛑 Flight of the Bumblebee เป็นงานแบบ Orchestral interlude ประพันธ์โดย Nikolai Rimsky-Korsakov ในปี 1899 สำหรับ Opera เรื่อง The Tale of Tsar Saltan เพลงนี้บรรยายถึงการบินอย่างบ้าคลั่งและวุ่นวายของเจ้าชายที่แปลงร่างเป็นผึ้งเพื่อไปเยี่ยมพระบิดา แม้เดิมทีจะเป็นเพียงท่อนเพลงประกอบเล็ก ๆ แต่ต่อมาก็กลายเป็นเพลงบรรเลงคอนเสิร์ตที่โด่งดังและแสดงถึงความสามารถทางดนตรีระดับสูง
🛑 The arrival of Queen of Sheba เป็น Sinfonia สำหรับวงออร์เคสตราที่มีชื่อเสียงและมีชีวิตชีวา George Frideric Handel แต่งขึ้นในปี 1749 จากบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า “Solomon”
🛑 Largo al factotum เป็นท่อน baritone Aria ที่มีชื่อเสียงมากโดดเด่นที่การร้องอย่างฉับไวและมีความแม่นยำในตัวโน๊ตอย่างยิ่ง มาจาก Opera เรื่อง “The Barber of Seville” ประพันธ์โดย Gioachino Rossini ในปี 1816
🛑 The Magnificent Seven เป็นผลงานเพลงประกอบซีรี่ย์ The Magnificent Seven แต่งโดย Elmer Bernstein ในปี 1960 มีเอกลักษณ์ของดนตรีแนวคาวบอยอเมริกันจังหวะที่เร้าใจ
🛑 How the West Was Won เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แต่งโดย Alfred Newman และเนื้อร้องโดย Ken Darby ดนตรีได้รับการออกแบบมาเพื่อปลุกเร้าจิตวิญญาณของอเมริกาตะวันตกโดยใช้ทำนองเพลงพื้นบ้านดั้งเดิม
🛑 March from “The Raiders of the Lost Ark” เพลง theme หลักจากภาพยนตร์ Indiana Jones and the Raiders of the Lost Ark (1981) ของ Steven Spielberg ดนตรีโดย John William
🛑 E.T. the Extra-Terrestrial ดนตรีประกอบภาพยนตร์ในดวงใจวัยเด็กหลายคน กำกับโดย Steven Spielberg ดนตรีโดย John William
🛑 Main theme from “The Jurassic Park” ดนตรีประกอบภาพยนตร์ไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งยุคนั้น กำกับโดย Steven Spielberg ดนตรีโดย John William
🛑 Olympic Fanfare and Theme เป็นเพลงประกอบพิธีเปิดกีฬา Olympic ฤดูร้อนปี 1984 ที่ Los Angeles แต่งโดยJohn Williams

เพลงคลาสสิกแบบฟังสบาย Page 2

เพลงคลาสสิกใน Page 2 นี้ ก็ยังคงเป็นเพลงคลาสสิคที่ท่านน่าจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วเช่นกันครับ แต่เป็นเพลงที่ยาวขึ้นและอาจจะเคยได้ยินมาน้อยลง แต่ผมก็ยังคัดเลือกเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดมาให้ และก็แน่นอนว่าเป็นเพลงที่ที่มีความไพเราะทั้งสิ้น …. ต้องการฟังเพลงในหน้านี้ คลิกที่นี่

🛑 Ode to Joy (ภาษาเยอรมัน : An die Freude) เป็นบทกวีที่เขียนขึ้นในฤดูร้อนปี 1785 โดย Friedrich Schiller กวี นักเขียนบทละคร และนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมัน บทกวีนี้ได้รับการตีพิมพ์ในปีถัดมาในนิตยสาร Thalia ของเยอรมนีในปี 1808 …. “Ode to Joy” นี้เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดจากการที่ Beethoven นำไปใช้ในท่อนสุดท้ายของ Symphony No.9 ที่เขาแต่งในปี 1823 …. ผมขอนำเสนอ 2 เวอร์ชั่นครับ อันแรกเป็นท่อน Ode to Joy ตัดมาจาก movement ที่ 4 ของ Symphony No.9 และเวอร์ชั่นที่ 2 เป็นแบบบรรเลงด้วยวงดุริยางค์ทหาร

🛑 The “Hallelujah” Chorus เป็นท่อนสุดท้ายที่โด่งดังจาก Oratorio ยาว 3 องก์ “The Messiah” ประพันธ์โดย George Frideric Handel ในปี 1741 Oratorio บทนี้เขาแต่งขึ้นภายในเวลาเพียง 24 วันในช่วงที่เขากำลังสร้างสรรค์ผลงานอย่างล้นหลามในลอนดอน The Messiah เปิดตัวครั้งแรกในกรุง Dublin เมื่อวันที่ 13 เมษายน 1742 The “Hallelujah” Chorus นี้จะมีธรรมเนียมที่ผู้ชมจะยืนขึ้น ซึ่งเชื่อกันว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระเจ้า George ที่ 2 ทรงประทับใจและตื่นตะลึงในความสง่างามของบทนี้
🛑 Beethoven’s Symphony No. 5 in C minor, Op. 67 Beethoven ประพันธ์ขึ้นระหว่างปี 1804 – 1808 โดยมีท่วงทำนองเปิดอันเป็นเอกลักษณ์คือ “สั้น-สั้น-สั้น-ยาว” ซึ่งท่วงทำนองเปิดของเพลงบางครั้งถูกเชื่อมโยงกับ “โชคชะตาที่มาเคาะประตู” เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 1808 ที่ Vienna’s Theater an der Wien ในกรุงเวียนนา ปัจจุบันถือว่าเพลงนี้เป็นรากฐานสำคัญของยุค Romantic …. ที่พิเศษคือเพลงนี้ถูกบรรจุอยู่ในแผ่น Golden record ติดไปกับยาน Voyager ในปี 1977 ด้วย
🛑 Piano Concerto No. 21 in C major, K. 467 (Adante) Mozart ประพันธ์ Piano concerto ชิ้นนี้เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1785 ในกรุงเวียนนาเพียง 1 เดือนหลังจากเสร็จจาก Piano concerto No.20 (K. 466) ผลงานชิ้นเอกนี้ได้รับการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อ 10 มีนาคม 1785 ที่โรงละคร Burgtheater ท่อน andante นี้เป็นที่รู้จักในด้านโทนเสียงที่สง่างามและท่วงทำนองหวานซึ้ง และ ท่อนนี้กลายเป็นที่รู้จักกันดีจากการนำไปประกอบภาพยนตร์เรื่อง Elvira Madigan (1967) จนหลายครั้งท่อนนี้ถูกเรียกกันว่า “Elvira Madigan” concerto
🛑 Toccata and Fugue in D minor, BWV565 เป็นหนึ่งในผลงานดนตรีสำหรับ Organ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ J.S.Bach ประพันธ์ขึ้นระหว่างปี 1704 – 1706 เพลงนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายหลังจากที่ Felix Mendelssohn นำกลับมาบรรเลงใหม่ในปี 1833 และยังใช้ประกอบภาพยนตร์ animation เรื่อง Fantasia ของ Disney ในปี 1940

🛑 Mozart Symphony No. 40 in G minor, K. 550 Symphony บทนี้ เป็นงานที่มีท่วงทำนองที่ทุกคนรู้จักกันดีครับ Mozart ประพันธ์งานชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 1788 ในกรุงเวียนนา ในช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์ที่เข้มข้นและรวดเร็ว ซึ่งเขาประพันธ์ Symphony 3 บทสุดท้าย (39 , 40 และ 41) เสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ งานชิ้นนี้โดดเด่นด้วยน้ำเสียงที่มืดมน เร้าใจ และเร่งเร้า ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของยุค Classic และมักถูกมองว่าเป็นต้นแบบของยุค Romantic
🛑 Mozart Symphony No.41 บทเพลงนี้ Mozart แต่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1788 ณ กรุงเวียนนา เป็นงานซิมโฟนีชิ้นสุดท้ายที่ยาวที่สุดและโด่งดังที่สุดของเขา เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Jupiter Symphony” ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่ตั้งโดย Johann Peter Salomon เป็นผลงานชิ้นเอกที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างเสียงประสานที่ซับซ้อน โดยเฉพาะในท่อนสุดท้ายที่ท่านจะได้ฟังนี้ครับ
🛑 Mozart symphony No.25 Mozart ประพันธ์ขึ้นที่เมือง Salzburg ในเดือนตุลาคม 1773 ขณะที่เขามีอายุเพียง 17 ปีรู้จักกันในชื่อ “Little G minor symphony” เพื่อแยกแยะจาก Symphony No.40 ที่เขาแต่งขึ้นในภายหลัง งานชิ้นนี้เป็นผลงานบุกเบิกแนวเพลง Sturm und Drang (พายุและความเครียด) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือความเข้มข้นทางอารมณ์ จังหวะที่เร่งรีบและโทนเสียงที่มืดมนและเร่าร้อน
🛑 Mozart SYmphony No.29 ผลงานชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์ที่เมือง Salzburg เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1774 ขณะที่เขามีอายุ 18 ปี ผลงานชิ้นนี้เป็นรากฐานสำคัญของงานซิมโฟนีในช่วงแรกของเขา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่เพิ่มมากขึ้นและอิทธิพลจากรูปแบบดนตรีคลาสสิกเวียนนา บทเพลงนี้เป็นที่รู้จักในด้านโทนเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
🛑 Concerto for Flute, Harp, and Orchestra in C major, K. 299 งานชิ้นนี้ Mozart ประพันธ์ขึ้นในเดือนเมษายน 1778 ระหว่างที่เขาพำนักอยู่ในปารีส ผลงานชิ้นนี้ได้รับการว่าจ้างโดย Adrien-Louis de Bonnières นักเป่าฟลุต และ Marie-Louise-Philippine บุตรสาวของเขาซึ่งเป็นนักเล่นพิณที่กำลังเรียนการประพันธ์เพลงจาก Mozart Concerto บทนี้ถือได้ว่ามีความครบเครื่องมีความไพเราะเต็มอิ่มจากเครื่องดนตรี 2 ชนิด
🛑 Haydn’s Trumpet Concerto in E-flat major Joseph Haydn ประพันธ์งานชิ้นนี้ขึ้นในปี 1796 ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่แต่งขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพของ Trumpet ยุคใหม่ (แบบมี Key) ซึ่ง Haydn จงใจให้เพื่อนรักของเขาคือ Anton Weidinger นัก Trumpet ได้แสดงในรอบปฐมทัศน์เมื่อ 28 มีนาคม 1800 ที่โรงละคร Burgthertre ในเวียนนา
🛑 Hummel’s Trumpet Concerto in E Major Concerto บทนี้ Johann Nepomuk Hummel ประพันธ์ขึ้นในปี 1803 และเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ในวันปีใหม่ 1804 ณ ราชสำนัก Esterházy บทเพลงนี้แต่งขึ้นสำหรับนักเป่า Trumpet ฝีมือเยี่ยม Anton Weidinger โดยใช้ Trumpet แบบมี Key ที่ Anton คิดค้นขึ้นเองครับ ….. Anton Weidinger นี่ถือเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในวงการดนตรีในยุคนั้น โดยเขาก็เป็นเพื่อนสนิทกับ Haydn , Mozart , Beethoven , Hummel และจุดเปลี่ยนที่สำคัญก็คือเขาได้คิดค้น Trumpet แบบมี Key ที่สามารถเล่นโน๊ตดนตรีได้หมดนอกเหนือจากโน้ตในอนุกรมฮาร์มอนิกธรรมชาติ ซึ่งทำให้บรรดาเพื่อน ๆ ของ Anton มีความพยายามในการแต่งเพลงสำหรับ Trumpet ชนิดใหม่นี้ครับ
🛑 Serenade No. 9 in D major, K. 320 Mozart แต่งเพลงชุดนี้ที่ Salzburg ในปี 1779 เพลงนี้ประพันธ์ขึ้นเพื่อใช้เป็นเพลงปิดท้ายในพิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัย Salzburg ในปีนั้น ชื่อเพลง “Posthorn Serenade” มีที่มาจากท่อนโซโลที่โดดเด่นของเครื่องดนตรีประเภทเป่าทองเหลืองที่ไม่มีวาล์ว (posthorn) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้โดยบุรุษไปรษณีย์ในยุคนั้น
🛑 Overture จาก Opera เรื่อง The Marriage of Figaro K.492 เรื่องนี้เป็น Opera ชื่อดังที่ Mozart ประพันธ์ขึ้นในปี 1786 และประพันธ์บทละครโดย Lorenzo Da Ponte เปิดแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1786 ที่โรงละคร Burgthertre ในเวียนนา Opera เรื่องนี้มีบทละครที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงและถูกแบนในตอนแรกเนื่องจากการวิพากษ์วิจารณ์สังคม เป็นเรื่องราวของคนรับใช้ที่เอาชนะเจ้านายของตน กลายเป็นที่นิยมอย่างมากแม้จะถูกเซ็นเซอร์ในช่วงแรก
🛑 Swan Lake (Op. 20) ผลงานชิ้นนี้ Tchaikovsky ได้รับการว่าจ้างจากโรงละคร Bolshoi Theatre ให้แต่งขึ้นในปี 1875 และเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 1877 ที่มอสโก เดิมทีล้มเหลวเนื่องจากการออกแบบท่าเต้นที่ไม่ดีนัก แต่ได้รับการนำกลับมาแสดงใหม่ในปี 1895 โดยปรับท่าเต้นและเนื้อหาใหม่อิงจากนิทานพื้นบ้านเยอรมัน/รัสเซีย จนสำเร็จงดงามกลายเป็นผลงานชิ้นเอก
🛑 The “Waltz” (“Garland Waltz”) จากบัลเลต์เรื่อง The Sleeping Beauty ประพันธ์ดนตรีประกอบโดย Peter Tchaikovsky ในปี 1889 และแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 1890 Waltz เพลงนี้มักเรียกว่า “Garland Waltz : วอลซ์พวงมาลัย” เป็นส่วนหนึ่งของฉากขนาดใหญ่ที่เฉลิมฉลองวันเกิดของเจ้าหญิง Aurora โดยชาวเมืองและข้าราชบริพารร่วมเฉลิมฉลองด้วยพวงมาลัย
🛑 “Sheep May Safely Graze” เป็นท่อน Soprano aria จาก “Hunting Cantata” (BWV 208) J.S.Bach ประพันธ์ขึ้นในปี 1713 เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปีของ Duke Christian of Saxe-Weissenfels บทเพลงนี้มีเนื้อหายกย่องเจ้าผู้ปกครองที่เอาใจใส่ประชาชน เปรียบเสมือนคนเลี้ยงแกะที่ปกป้องฝูงแกะของตน
🛑 Danse Macabre Op. 40 เป็นเพลง Dance ที่ประพันธ์โดย Camille Saint-Saëns เพลงนี้นำตำนานมาจากตำนานวันฮาโลวีนเรื่องความตาย (The Death) กำลังเล่น Violin ขณะที่โครงกระดูกกำลังเต้นรำ ผลงานชิ้นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1875
🛑 Mozart’s Violin Concerto No. 3 in G major, K. 216 เพลงบทนี้ Mozart ประพันธ์ขึ้นที่ Zalsburg ในปี 1775 เมื่อเขาอายุ 19 ปี โดยประพันธ์ขึ้นเพื่อหัวหน้าวงดนตรี Antonio Brunetti ผลงานชิ้นนี้รู้จักกันในชื่อ “Strassburg concerto” เนื่องจากมีทำนองพื้นบ้านสไตล์ฝรั่งเศสในท่อนสุดท้าย เป็นผลงานที่โดดเด่นในด้านความไพเราะและการผสมผสานสไตล์อิตาลีและฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน
🛑 Tchaikovsky Capriccio Italien, Op.45 คือบทเพลง Fantasia สำหรับวงออร์เคสตราอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึ่ง Tchaikovsky ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปกรุงโรมในช่วงฤดูหนาวระหว่างเทศกาลคาร์นิวัลปี 1880 ผลงานชิ้นนี้ประพันธ์ขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 1880 โดยเป็นการบันทึกการเดินทางผ่านบทเพลงที่ผสมผสานเพลงพื้นบ้าน เสียงแตรของทหาร และทำนองเพลงพื้นบ้านต่าง ๆ และได้เปิดตัวครั้งแรกในมอสโกภายใต้การกำกับของ Nikolay Rubinstein
🛑 The Overture of A Midsummer Night’s Dream เป็นเพลงโหมโรงเปิดตัวละครเรื่อง “A Midsummer Night’s Dream” ของเชกสเปียร์ที่ Mendelssohn ประพันธ์ขึ้นในปี 1842
🛑 Wedding March งานชิ้นนี้ Mendelssohn ประพันธ์ขึ้นในปี 1842 เป็นส่วนหนึ่งของชุดเพลงประกอบละครเรื่อง “A Midsummer Night’s Dream” ของเชกสเปียร์ และเพลงนี้กลายเป็นเพลงในพิธีแต่งงานที่เป็นที่รู้จักกันดีหลังจากถูกนำไปใช้ในพิธีแต่งงานของเจ้าหญิง Victoria พระธิดาของ Queen Victoria ในปี 1858
🛑 George Frideric Handel “Music for the Royal Fireworks” HWV 351 เป็นชุดเพลงสไตล์ Baroque ที่ Handel แต่งขึ้นในปี 1749 ที่ King George II ทรงสั่งให้มีการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ในสวน Green park กรุงลอนดอนเนื่องในโอกาสสิ้นสุดสงครามสืบราชบัลลังก์ออสเตรียและสนธิสัญญา Aix-la-Chapelle การแสดงรอบปฐมทัศน์มีการจุดพลุขนาดใหญ่อลังการ แต่ …. กลายเป็น “หายนะแห่งดอกไม้ไฟ” เพราะศาลาไม้ขนาดใหญ่เกิดไฟไหม้เนื่องจากดอกไม้ไฟพุ่งใส่ ฝูงชนแตกตื่นจำนวนมาก แต่ถึงแม้ว่าการแสดงจะล้มเหลว มีฝนตก ดนตรีกลับได้รับความนิยมอย่างมาก การซ้อมใหญ่ต่อหน้าสาธารณชน 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นดึงดูดผู้คนหลายหมื่นคน …. ผมยกตัวอย่างให้ฟังท่อน Overture และ La Réjouissance

🛑 Water Music คือชุดบทเพลงสำหรับวง Orchestra มี 3 ชุดใน 1 ประพันธ์นี้ครับ ประพันธ์โโดย George Frideric Handel มีการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1717 ตามคำขอของพระเจ้า George ที่ 1 ที่ทรงประสงค์ให้มีการแสดงคอนเสิร์ตบนแม่น้ำเทมส์
🛑 Chopin’s Grande Valse Brillante in E-flat major, Op.18 เพลง Waltz นี้ Chopin ประพันธ์ในปี 1833 และตีพิมพ์ในปี 1834 เป็นเพลง Waltz เพลงแรกที่เขาตีพิมพ์เผยแพร่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่บทเพลงเปียโนสไตล์คอนเสิร์ตที่เน้นความสามารถทางเทคนิคสูง บทเพลงนี้อุทิศให้กับ Laura Horsford ลูกศิษย์ของเขา อารมณ์ของเพลงสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการสังสรรค์ของปารีสที่มีชีวิตชีวาในช่วงทศวรรษ 1830