สมอง 2 ซีกแยกกันได้ไหม ?

สมอง 2 ซีกของเรานั้นเชื่อมต่อด้วยส่วนของใยประสาทที่เรียกว่า “Corpus callosum” ครับ

corpus callosum นั่นไม่ใช่ส่วนของเนื้อสมอง แต่เป็นส่วนของแผ่นใยประสาทซึ่งเชื่อมสมอง 2 ซีกให้ส่งสัญญาณ + ทำงานประสานสอดคล้องด้วยกันได้


แนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ ใช้ Google แปลเป็นภาษาไทยก็ได้จะได้อ่านสะดวก มันตอบคำถามได้หมดเลยว่าหากแยกสมองซีกซ้าย-ขวาเป็น 2 ก้อนในกะโหลกเดียวกันมันยังจะทำงานได้หรือไม่และทำงานแบบใด
https://neuwritesd.org/2015/08/27/two-brains-in-one-head-the-story-of-the-split-brain-phenomenon/

ข้าวโพดเห็บหมา 😂🤣😁

ข้าวโพดก็มี “เห็บ” ได้แบบหมา …

เพี้ยนขำหนักมาก

การที่ข้าวโพดมีลักษณะเปลี่ยนไปจนเป็นเม็ดพองโตเหมือนเห็บหมาแบบนี้ เป็นเพราะว่าเชื้อราที่มีชื่อว่า “Ustilago maydis” มันเป็นเชื้อราที่เติบโตบนข้าวโพด  เรียกกันในอีกชื่อคือ “corn smut”

เมื่อข้าวโพดได้รับเชื้อแล้ว ข้าวโพดจะพัฒนาเป็นก้อนเนื้อคล้ายเนื้องอกที่เรียกว่า “Galls”  ก้อนเนื้อเหล่านี้สามารถปรากฏได้แทบทุกส่วนของเม็ดข้าวโพด  ในระยะแรก galls จะมีลักษณะเรียบและเป็นสีขาวเงินแบบนี้ครับ

ต่อไป …. แต่เมื่อโตเต็มที่  เม็ด galls จะมีสีคล้ำลงและเต็มไปด้วยสปอร์สีดำเป็นผงด้านใน


ถึงแม้ว่า Huitlacoche เป็นเชื้อรา แต่มันเป็นเชื้อราประเภทที่กินได้ …. ภาพล่างนี่คือภาพทาโก้ไส้ข้าวโพด Huitlacoche การที่ข้าวโพดที่โดนเชื้อราแบบนี้มีรสชาติดีและนิยมกินกันมากก็เพราะว่ากระบวนการที่เนื้อข้าวโพดติดเชื้อราจะมีการย่อยสลายและสร้างกรดอะมิโนบางประเภท ซึ่งทำให้มีรสชาติดีมีกลิ่นหอมแบบเห็ดทรัฟเฟิล ก็คือหอมคล้ายเนื้อวัว + ถั่ว


และอันที่จริงอาหารยอดนิยมบางอย่างในโลกก็ล้วนมีเชื้อราในทางเทคนิค  อย่าง “เห็ดทรัฟเฟิล” นี่ก็ form ตัวมาจากส่วนเส้นใย Mycelium ของรา  Ascomycete  มันเติบโตแบบพึ่งพาอาศัยกันกับรากของต้นไม้บางชนิด  เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมส่วนเส้นใย Mycelium ของรา  Ascomycete  จะเริ่มสร้าง fruiting body ใต้ดินก็คือ “เห็ดทรัฟเฟิล” นั่นเอง

หรือชีสที่มีเชื้อราเกาะอยู่เต็มไปหมดก็สามารถกินได้อย่างเช่น Blue cheese , Brie cheese  สีขาวของ Brie cheese เป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ คือ Penicillium candidum

การกำเนิดของดาวฤกษ์และระบบสุริยะ

ดาวฤกษ์จะเกิดขึ้นมาได้จากใน Nebula ที่มีความหนาแน่นของ Hydrogen สูง  เรียกว่าย่าน H-II region ครับ  การกำเนิดจะเริ่มจาก ….
1. กลุ่มแก้ส Hydrogen  และ ฝุ่นที่เป็นละอองธาตุหนักต่าง ๆ เริ่มก่อตัวเข้ามาใกล้กัน
2. กลุ่มแก้ส + ฝุ่น  เริ่มเกาะตัวกันจนมีความหนาแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ  และอุณหภูมิก็จะสูงมากขึ้นด้วย
3. กลุ่มแก้ส + ฝุ่น  เริ่มเคลื่อนที่หมุนวนเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ  อุณหภูมิก็สูงขึ้นมาก …. และต่อไปก็มีการรวมตัวของแก้สจนหนาแน่นมาก  และหมุนวนจนมีความร้อนสูงพลังงานสูงจนในที่สุดก็เกิดการ “ยุบตัว” (Collapse) จนแกนกลางที่มีแต่ Hydrogen นั้นร้อนมากความกดดันสูงมากจนเกิดเป็นปฏิกิริยา fusion ครับ ….. จุดนี้เอง เรียกว่า Proto Star

กระบวนการตั้งแต่ข้อ 1. – 3.  จะใช้เวลาประมาณ 100,000 ปี ++

4. เมื่อ Proto star เกิดขึ้นแล้ว  พวกฝุ่นละอองของธาตุหนักก็จะกระจายตัวออกไปรอบ ๆ ดาวฤกษ์เกิดใหม่ดวงนั้นเป็นลักษณะของแผ่นจานมวลสาร  เรียกว่า Protoplanetary disc
5. และสุดท้าย …. ผงฝุ่นที่เป็นธาตุหนักใน protoplanetary disc  ก็จะรวมตัวกันกลายเป็นดาวเคราะห์ทั้งหลายแบบ ดาวพุธ  ดาวศุกร์  โลก …. และดวงอื่น ๆ