Black Knight satellite

ที่ผ่านมาในบทความต่าง ๆ เคยมีเรื่องเล่าแบบแต่งเสริมเติมไข่กันไปเยอะว่ามียานอวกาศ หรือดาวเทียมของมนุษย์ต่างดาวโคจรรอบโลกมาแล้วนานนับหมื่นปี นั่นก็คือ Black Knight satellite  นั้น …..

ความจริงมันคือชิ้นส่วนของ เกราะป้องกันความร้อน (Thermal blanket) ที่หลุดออกมาในช่วงประกอบร่างของสถานีอวกาศ ISS ครับ  คือตอนนั้นจะมีเที่ยวบิน STS-88 ของกระสวยอวกาศ  ซึ่งลำเลียงอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไปเพื่อประกอบโครงสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ ISS  ในขณะทำภารกิจ นั้น  จะมีช่วงหนึ่งเรียกว่า Space walk  หรือ Extravehicular activity (EVA)  และนักบินได้พลาดทำชิ้นส่วนนี้หลุดออกไปครับ  ทำให้ชิ้นส่วนนี้หลุดออกไปและ โคจรรอบโลกนับแต่นั้นมา  

ภาพที่ถ่ายวัตถุชิ้นนี้ออกมานั้นเป็นภาพย้อนแสง  จึงทำให้ภาพของ thermal blanket  
นั้นออกดำ ๆ เหมือนกับยานอวกาศลึกลับน่ะครับ

ส่วนเรื่องการแพร่คลื่นวิทยุ  อายุ 14,000 ปี  และอื่น ๆ นั้นล้วนแต่ตีไข่ใส่สีกันทั้งนั้นครับ 

อันนี้เป็นภาพการเปรียบเทียบ thermal blanket ของโครงสร้าง ISS  กับเจ้า Black Knight satellite  ว่ามีเหลี่ยมมีมุมส่วนใดที่เหมือนกันตรงใหนบ้าง  ภาพนี้ กระทำโดยทีมงานของ STS-88 เองว่ามันคืออะไรเพื่อสยบข่าวลือต่าง ๆ ครับ

เสียงน่าพิศวงจากอวกาศ

ในอวกาศเวิ้งว้าง ….. จะมีวัตถุอวกาศหลายประเภทอย่างเช่นดวงดาวต่าง ๆ Nebula หลุมดำ …. ในวงการของฟิสิกส์ดาราศาสตร์จะมีกระบวนการหนึ่งที่จะแปลงลักษณะเฉพาะของวัตถุอวกาศเหล่านั้นมาเป็น “เสียง” ให้เราได้ยินได้ เรียกว่ากระบวนการ Sonification กระบวนการนี้ไม่ใช่เอาอุปกรณ์รับเสียงใด ๆ เช่นไมโครโฟนไปจ่อรออยู่ในอวกาศเพื่อรับเสียงนะครับ แต่เป็นการวิเคราะห์ “แสง” ในย่านความถี่ต่าง ๆ จากวัตถุอวกาศที่เราสนใจ  ซึ่งคาบเวลาในการเปลี่ยนแปลงของแสงที่กล้องโทรทรรศน์ตรวจจับได้ก็นำมาเข้ากระบวนการนี้ และเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นนับล้านเท่า เพื่อจะเป็นเสียงที่เราฟังได้ครับ

ยกตัวอย่างในคลิปนี้ ก็เป็นการวิเคราะห์แสงที่กล้องโทรทัศน์ Hubble รับได้ขณะที่เล็งไปยัง Butterfly Nebula …. จะสังเกตได้ว่าเมื่อเส้นเริ่มกวาดไปที่หางของ Nebula และเริ่มเข้าช่วงกลางของ Nebula ก็เหมือนกับการโหมโรงของวงซิมโฟนี เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดแสงที่มากมายในย่านนั้น และเมื่อเส้นกวาดไปที่ดาวฤกษ์ในทางช้างเผือกของเรา (จุดสว่างสีเหลือง) ก็เป็นเสียง spike “ปิ๊งงง” ขึ้นมาครับ ดูตามคลิปนี้ครับ


มีอีกคลิปหนึ่งที่ทาง NASA ผลิตออกมาเองเลยครับ ที่น่าสนใจก็คือใช้กระบวนการ Sonification แสดงประวัติศาสตร์ของการค้นพบดาวฤกษ์นอกระบบสุริยะ โดยเสียงที่ได้ยินนี้แต่ละความถี่ของเสียงคือระยะเวลาการโคจรของดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์รอบดาวฤกษ์แม่ของตนเอง (Orbital period) ฟังแล้วก็ทั้งไพเราะ สร้างแรงบันดาลใจให้ความตื่นตาตื่นใจไปแบบหนึ่ง

การค้นพบระบบดาว WISPIT 2b

ระบบดาวที่ค้นพบใหม่นี้คือ WISPIT 2b ซึ่งภาพล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์ทำให้เห็นการก่อตัวของวงแหวนซึ่งเป็นแผ่นจานมวลสารได้อย่างชัดเจน จากภาพนี้ในส่วนที่เป็นวงแหวน 3 ชั้นนั้นเรียกว่า Protoplanetary disc ครับ  มันคือจานมวลสารที่ก่อกำเนิดมาพร้อมกับการก่อตัวของดาวฤกษ์ตรงกลาง มันคือมวลสารที่ประกอบด้วยธาตุทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ เหล็ก ไอน้ำ Silicon ไปจนถึงธาตุที่มีค่าอย่างทองคำ , ยูเรเนียม  จานมวลสารนี้จะหมุนวนไปรอบดาวฤกษ์ตรงกลางเรื่อย ๆ และในขณะที่หมุนวนกันนี้ก็จะสามารถรวมตัวกันเองกำเนิดดาวเคราะห์ได้

จุดสีเหลืองที่สว่างระหว่างวงแหวนชั้นในสุดกับวงแหวนด้านนอกก็คือดาวเคราะห์ WISPIT 2b นี่เอง  ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เป็นการค้นพบโดยบังเอิญว่ามีดาวเคราะห์เพิ่งเกิดใหม่ที่ถูกเห็นได้ชัดว่าเกิดมาจากวงแหวนมวลสารนี้

ภาพบนนี้คือภาพที่ถ่ายด้วยกล้องโทรทรรศน์ ดังนั้นอาจมีข้อสงสัยว่าเหตุใดดาวฤกษ์ตรงกลางที่สว่างจ้าจึงไม่เห็น ?  คำตอบก็คือระบบกล้องโทรทรรศน์ชุดนี้ (และเกือบทุกแห่ง) จะมีอุปกรณ์หลักที่เรียกว่า Coronagraph เพื่อตัดแสงจากดาวฤกษ์ตรงกลาง (สำคัญตรงนี้)

ตัวอย่างภาพที่ได้จากการใช้ Coronagraph เพื่อตัดแสงจากดาวฤกษ์ตรงกลาง ในขณะที่ถ่ายภาพระบบดาวHR 8799 …. ภาพนี้ผมชอบมากเพราะเห็นดาวเคราะห์ 4 ดวงที่กำลังโคจรรอบดาวฤกษ์แม่ตนเอง 👌😁😊


สำหรับชื่อของดาวเคราะห์ที่น้องนำเสนอในกระทู้นี้  …. “WISPIT 2b”  ชื่อ WISPIT มาจากคำว่า Wide Separation Planets In Time  มันคือโครงการถ่ายภาพแบบตรง (directly image) ความละเอียดสูงโดยใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ VLT/SPHERE เพื่อระบุตำแหน่งของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดใหญ่และอายุน้อยที่มีโคจรในวงโคจรกว้าง (300 – 800 AU) รอบดาวฤกษ์อายุน้อยที่มีลักษณะคล้ายดวงอาทิตย์  โดยเน้นที่ระบบดาวที่มีอายุ 5 – 20 ล้านปี

หากเทียบกับข่าวก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่บอกว่ามีการค้นพบระบบดาว “TRAPPIST” มันก็เป็นชื่อแปลก ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มาจากชื่อของโครงการนั่นเองครับ ว่าดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกค้นพบจากโครงการชื่ออะไร  TRAPPIST = Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope


ขอปิดท้ายด้วยภาพกล้องโทรทรรศน์ The Very Large Telescope (VLT) ที่ค้นพบระบบดาวนี้