เจาะเวลาหาอดีตกับ Wayback Machine

 วันนี้จะขอแนะนำเว็บหนึ่ง มันเป็นเครื่องมือที่ใช้ย้อนดูว่าเว็บที่เราเคยดูในเวอร์ชั่นเก่า หรือเว็บเก่าที่ปิดตัวไปแล้วมีข้อมูลอะไรค้างอยู่บ้าง ซึ่งบางครั้งก็จะมีประโยชน์กับเราอย่างมหาศาล เพราะอาจมีข้อมูลที่เราอยากได้เมื่อ 10 ถึง 20 ปีที่แล้วก็เป็นได้ …. เครื่องมือตัวนี้คือ Wayback Machine ครับ

มันเป็นเครื่องมือการย้อนอดีตหาเว็บที่เราเคยรู้จักและปิดไปแล้วหรือยังคงเปิดอยู่ถึงปัจจุบัน  อย่างเช่นเว็บพันทิป Wayback Machine มันก็เก็บไว้ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก ๆ เลยครับว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เครื่องมือตัวนี้ทำให้เราสามารถหาเว็บเก่าที่เราเคยดูเผื่ออยากจะดูเนื้อหาเก่า ๆ สมัย 20 ปีที่แล้วอะไรอย่างนี้ได้

อย่างภาพนี้คือ เว็บพันทิป สมัยปี 1999 …. 27 ปีมาแล้ว
https://web.archive.org/web/20260000000000*/pantip.com


อันนี้มีนาคมปี 2000

ขีปนาวุธของรัสเซียใช้ “หลอดสูญญากาศ”

เมื่อประมาณกลางเดือนมกราคม 2569 ทางยูเครน ได้มีการเก็บซากของขีปนาวุธรัสเซียและพบ “หลอดสูญญากาศ” ในซากจรวด Oreshnik 

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางวิศวกรรมได้วิเคราะห์แล้ว นเป็นหลอด “Krytron” ซึ่งหน้าที่ของหลอด Krytron นี้เป็นตัวกำเนิดความถี่สูง (high-frequency resonator) ที่ทำงานได้โดยมีกำลัง output ที่สูงมากกว่าอุปกรณ์ประเภท Solid state  

และที่สำคัญก็คืออุปกรณ์แบบหลอดมีภูมิต้านทานเกี่ยวกับการรบกวนจากภายนอกครับ  ซึ่งการรบกวนที่สำคัญที่สุดก็คือจาก EMP  ดังนั้นแนวคิดของรัสเซียจะใช้หลอดสูญญากาศปนมาในวงจรบางส่วนเพื่อให้มันต้านทาน EMP ได้ดีกว่าพวกอุปกรณ์ Solid state (Transistor , MOSFET , ICs) …. ดังนั้น การพบหลอดชนิดนี้ในจรวด Oreshnik มิใช่ว่าจะเป็นเรื่อง “โป๊ะแตก” แต่อย่างใด  ว่ากันตรง ๆ ก็เป็นความชาญฉลาดและเป็นแนวทางการออกแบบที่ดีเสียด้วยนะ

และการที่พบอุปกรณ์ยุคเก่าแบบหลอดสุญญากาศก็มิใช่สรุปไปว่าจรวดตัวนี้ไม่มีระบบนำวิถี มันคนละเรื่องกันเลยครับ อุปกรณ์หลอดสูญญากาศทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ในเครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์เพราะมันทนกำลังได้สูง และก็ใช้ในวงการทหารเพราะมันทนอุณหภูมิ + แรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนได้สูงครับ

จากภาพนี้จะเห็นว่าหลอด Krytron มีคุณสมบัติในระดับเกรดทหาร ก็คือทนอุณหภูมิได้ช่วงกว้างมาก ใช้ที่ความสูงได้มากกว่า 20 กิโลเมตร ทนแรงกระแทกได้สูงถึง 1,000 – 3,000G ดังนั้นก็ไม่แปลกใจที่หลอดชนิดนี้จะถูกพบในอาวุธประเภทขีปนาวุธอย่างนี้


นอกจากนั้นก็ยังตรวจพบด้วยว่า ระบบนำทางเฉื่อย (Inertia guidance system ของจรวด Oreshnik นี้ใช้ Gyroscope รุ่นเดียวกับที่ใช้ในยานของโซเวียตสมัยตั้งแต่ Yuri Gagarin !! …. อันนี้ก็บ่งบอกถึงสไตล์การออกแบบของรัสเซียอย่างชัดเจนว่า อะไรที่ดีและแข็งแกร่งอยู่แล้วก็ใช้ต่อไป

ภาพหลอด Krytron ที่พบในซากจรวด Oreshnik

ปลาแสงอาทิตย์ : Mola mola

ปลาแสงอาทิตย์ (Ocean Sunfish) หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mola mola  ​ตัวของมันดูเหมือนมีแค่ “หัว” แล้วตัดจบที่หางเลย ไม่มีครีบหางเหมือนปลาทั่วไป แต่มีส่วนที่เรียกว่า Clavus ซึ่งทำหน้าที่แทนหาง  เมื่อโตเต็มที่อาจมีความยาวได้ถึง 3 เมตร และหนักได้มากกว่า 2,000 กิโลกรัม (2 ตัน)

   ผิวหนังของมันมีความเหนียวและสากเหมือนกระดาษทราย และมักจะมีปรสิตเกาะอยู่ตามตัวเป็นจำนวนมากที่มาของชื่อ “Mola mola” และ “Sunfish”   ​Mola ในภาษาละตินแปลว่า “หินโม่” ซึ่งเปรียบเทียบกับรูปร่างกลมๆ เทาๆ และผิวที่ขรุขระของมัน

   ​Sunfish มาจากพฤติกรรมที่ชอบขึ้นมา “นอนตะแคง” บริเวณผิวน้ำเพื่อรับแสงแดด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทำเพื่อเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายหลังจากลงไปล่าเหยื่อในน้ำลึกที่เย็นจัด และเพื่อให้พวกนกทะเลช่วยจิกกินปรสิตบนตัวของมันด้วย

​อาหารหลัก  ส่วนใหญ่กินแมงกะพรุนเป็นอาหารหลัก แต่ก็กินแพลงก์ตอน สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังตัวเล็กๆ และปลาขนาดเล็กด้วย ปลาแสงอาทิตย์ตัวเมียสามารถวางไข่ได้คราวละมากถึง 300 ล้านฟอง ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาสัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด ถึงจะดูเทอะทะ แต่มันสามารถว่ายน้ำได้เร็วพอสมควรโดยใช้ครีบหลังและครีบอกโบกสะบัดไปมา​

มันเป็นปลาที่ใจดีและไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ นักดำน้ำมักจะพบเห็นมันได้บ่อยในบางพื้นที่ เช่น บาหลี (อินโดนีเซีย) ​เนื่องจากว่ายน้ำช้า มันจึงมักตกเป็นเหยื่อของสิงโตทะเล วาฬเพชฌฆาต และฉลาม นอกจากนี้ยังมักจะติดอวนประมงหรือกินขยะพลาสติกเข้าไปเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแมงกะพรุน