ดาว Eta Carinae

Eta Carinae เป็นระบบดาวคู่ (Binary system) มวลมากที่สว่างไสวที่สุดแห่งหนึ่งในทางช้างเผือก ห่างจากโลกประมาณ 7,500-8,000 ปีแสงในกลุ่มดาว Carinae (กระดูกงูเรือ) โดยมีดาวฤกษ์หลักมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 100 เท่า และสว่างกว่า 5 ล้านเท่า Eta Carinae นี้มีชื่อเสียงจากการปะทุครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1840 จนกลายเป็นดาวที่สว่างที่สุดอันดับสองบนท้องฟ้าและสร้าง Nebula ชื่อว่า Homunculus Nebula

Eta Carinae ประกอบด้วยดาวฤกษ์มวลมาก 2 ดวง โคจรรอบกันทุกๆ 5.54 ปี โดยดาวหลักมีความร้อนประมาณ 15,00 Kelvin และดาวรองร้อนกว่าที่ 35,000 Kelvin

การปะทุครั้งใหญ่ (Great Eruption) ในปี 1840 ดาวดวงนี้ได้ระเบิดพ่นมวลสารจำนวนมหาศาลออกมา ทำให้เกิดเนบิวลา Homunculus รูปร่างคล้ายนาฬิกาทรายล้อมรอบดาว อนาคตของดาวยักษ์ดวงนี้จะต้องเกิด Supernova ที่คาดว่าจะระเบิดในอีกไม่กี่พันปีข้างหน้า

Light echo จากการระเบิดพ่นมวลสาร

Black Knight satellite

ที่ผ่านมาในบทความต่าง ๆ เคยมีเรื่องเล่าแบบแต่งเสริมเติมไข่กันไปเยอะว่ามียานอวกาศ หรือดาวเทียมของมนุษย์ต่างดาวโคจรรอบโลกมาแล้วนานนับหมื่นปี นั่นก็คือ Black Knight satellite  นั้น …..

ความจริงมันคือชิ้นส่วนของ เกราะป้องกันความร้อน (Thermal blanket) ที่หลุดออกมาในช่วงประกอบร่างของสถานีอวกาศ ISS ครับ  คือตอนนั้นจะมีเที่ยวบิน STS-88 ของกระสวยอวกาศ  ซึ่งลำเลียงอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไปเพื่อประกอบโครงสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ ISS  ในขณะทำภารกิจ นั้น  จะมีช่วงหนึ่งเรียกว่า Space walk  หรือ Extravehicular activity (EVA)  และนักบินได้พลาดทำชิ้นส่วนนี้หลุดออกไปครับ  ทำให้ชิ้นส่วนนี้หลุดออกไปและ โคจรรอบโลกนับแต่นั้นมา  

ภาพที่ถ่ายวัตถุชิ้นนี้ออกมานั้นเป็นภาพย้อนแสง  จึงทำให้ภาพของ thermal blanket  
นั้นออกดำ ๆ เหมือนกับยานอวกาศลึกลับน่ะครับ

ส่วนเรื่องการแพร่คลื่นวิทยุ  อายุ 14,000 ปี  และอื่น ๆ นั้นล้วนแต่ตีไข่ใส่สีกันทั้งนั้นครับ 

อันนี้เป็นภาพการเปรียบเทียบ thermal blanket ของโครงสร้าง ISS  กับเจ้า Black Knight satellite  ว่ามีเหลี่ยมมีมุมส่วนใดที่เหมือนกันตรงใหนบ้าง  ภาพนี้ กระทำโดยทีมงานของ STS-88 เองว่ามันคืออะไรเพื่อสยบข่าวลือต่าง ๆ ครับ

ขีปนาวุธ (Missile)

จากข่าวสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล + สหรัฐในช่วงนี้ มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คืออาวุธที่เรียกว่า “ขีปนาวุธ” (Missile) ขีปนาวุธที่ยิงได้ไกลระดับพันกิโลเมตร หรือหลายพันกิโลเมตรอย่าง 8,000 – 10,000 กิโลเมตรจะแบ่งเป็น 2 ประเภท


🛑 แบบแรกก็คือ Cruise missile (จรวดร่อน)
Cruise missile นั้นมันเป็นเสมือนเครื่องบินขนาดเล็กครับ ซึ่งตรงด้านท้ายจะมีเครื่องยนต์ Jet เหมือนกับเครื่องบินโดยสารทั่วไป แต่เป็นเครื่องยนต์ Jet ขนาดเล็กแบบวางบนโต๊ะกินข้าวได้เลย  เครื่อง Jet นี้ จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง JP-10 บรรจุในถังที่อยู่ในตัวจรวดเลย ถังก็มีขนาดประมาณ 300 – 400 ลิตร  อย่างเช่นจรวด Tomahawk ก็มีความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 360 ลิตรทำให้มันบินไปได้ไกลถึงเกือบ 2,000 กิโลเมตรครับ

จรวดชนิดนี้จะยาวประมาณ 5 – 7 เมตร ออกแบบให้มีปีกเหมือนกับเครื่องบิน เมื่อเครื่องยนต์ Jet ทำงานมันก็จะบินไปในอากาศเหมือนกับเครื่องบินทั่วไป แต่บริเวณส่วนหัวจะติดตั้งระเบิดขนาดใหญ่ไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นดินระเบิดขนาดประมาณ 300 – 500 กิโลกรัม อำนาจทำลายก็ประมาณว่าถ้ายิงใส่ตึก 6 ชั้นก็จะถล่มได้ทั้งตึก
(ภาพนี้คือจรวด Tomahawk จะเห็นว่ารูปร่างของมันก็คล้ายเครื่องบินนี่เอง)

ขีปนาวุธชนิดนี้ถือว่ามีความอันตรายมาก เพราะมันสามารถบินเตี้ยได้แค่ 50 เมตรจากพื้นดินเท่านั้น (ดังนั้นเรดาร์แทบจะจับไม่ได้) มันบินด้วยความเร็วไม่มากแต่บินได้ไกลระดับ 2,000 กิโลเมตรเลย  ข้างในจะมีอุปกรณ์นำทาง (Navigation system) ครบครัน ก็คือจะมีทั้ง GPS , Gyroscope , Inertia system และอื่น ๆ ที่ช่วยในการนำทางเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

คลิบนี้คือ Cruise missile ของรัสเซียบินผ่าน  จะเห็นว่ามันช้ามากมองตามได้ทัน


และ Cruise missile จะมีระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถกำหนดว่า จะวิ่งไปทางไหนจะลัดเลาะภูมิประเทศอย่างไรก็ได้ รวมถึงจะมีกล้องเพื่อตรวจภูมิประเทศด้านล่างเพื่อให้มัน match กับแผนที่ที่ฝังตัวอยู่ใน computer จรวดครับ …. ด้วยเหตุนี้มันจึงแม่นมาก สามารถยิงได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตรโจมตีเป้าหมายได้มีความผิดพลาดแค่ 5 เมตรเท่านั้น


🛑 แบบที่ 2 คือ Ballistic missiles (ขีปนาวุธทิ้งตัว)  ขออธิบายตามภาพครับ

ขีปนาวุธแบบ Ballistic missiles นี้ก็มีทั้งแบบ Short range , medium range , long range ระยะยิงก็เริ่มตั้งแต่ประมาณ 300 กิโลเมตรไปจนถึง 15,000 กิโลเมตรข้ามทวีปได้เลยครับ  ข้างในจรวดพวกนี้จะไม่ใช้เครื่องยนต์ Jet แต่จะเป็นเครื่องยนต์ไอพ่นเหมือนกับจรวดที่ใช้ส่งดาวเทียม เพราะมันจะต้องขึ้นไปสูงถึงเขตอวกาศ ส่วนมากจรวดชนิดนี้ถ้าเป็นแบบข้ามทวีปก็จะเป็นอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น ไม่ใช่แบบดินระเบิด 300 – 500 กิโลกรัมแบบจรวดร่อน Cruise missile ชนิดบนครับ


ขีปนาวุธข้ามทวีบ “AGNI” ของอินเดีย  ตัวในภาพนี้คือ AGNI-III เป็นแบบ Intermediate-range ระยะยิง 3,000 กิโลเมตร


ส่วนอันนี้คือ LGM-30G Minuteman III intercontinental ballistic missile ของอเมริกา  รุ่นนี้จะมีขนาดสูง 18 เมตร ยิงได้ไกล 14,000 กิโลเมตร