ในช่วงที่เครื่องบินรบ Jet fighter เลี้ยวฉกาจด้วยการตีวงแคบ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “ตีลังกา” นั้นจะต้องมีการฝึกที่จะให้ร่างกายสามารถรับได้โดยไม่เวียนหัวหรือไม่เกิดความสับสนเสียก่อน
ส่วนในเรื่องของ “ความเร็ว” ถ้าเป็นความเร็วที่คงที่ แม้จะเร็วมากขนาดเหนือเสียงก็ไม่มีปัญหากับร่างกายเลยครับ เพราะตามหลักฟิสิกส์แล้วถ้านักบินอยู่ในเครื่องบินหรือยานใด ๆ ที่มีความเร็วคงที่ แม้จะเร็วสักเพียงใดก็ไม่มีแรงมากระทำกับร่างกาย เนื่องจากแรงที่จะมากระทำจากร่างกายจะเกิดจากการเปลี่ยนความเร็วเท่านั้น
แต่จุดที่จะมีปัญหาจะเกิดตอนที่เลี้ยวโค้งแบบรุนแรง (ภาษาทหารเรียกว่า “เลี้ยวฉกาจ”) การเลี้ยวโค้งแบบรุนแรงตีวงแคบจะทำให้เกิดปัญหากับนักบินก็คือแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางจะทำให้เลือดในร่างกายลงไปกองบริเวณส่วนล่างของร่างกาย ทำให้สมองขาดเลือดนักบินอาจจะหมดสติได้ ซึ่งในการฝึกของนักบินเครื่องบินรบจะมีการเน้นในจุดนี้เป็นพิเศษ
ภาพการ training นักบินให้ปรับตัวรับแรง g
และที่สำคัญที่สุดก็คือ นักบินจะมี G-suit หรือ Anti G protection มันคือชุดของนักบินที่มีส่วนประกอบพิเศษในการทำหน้าที่บีบร่างกายของนักบินช่วง ขา หน้าท้องเพื่อให้เลือดไม่ไหลลงร่างกายมากเกินไป ทำให้เลือดยังไปเลี้ยงสมองได้พอทำให้นักบินไม่หมดสติ (Loss Of Consciousness : g-LOC)
ชุดต้านแรง g จะสามารถเพิ่มความสามารถในการทนแรง g ขึ้นไปได้อีก 1 g …. สมมุติว่านักบินคนหนึ่งสามารถทนได้ 8g (ทราบได้จากการทดสอบ) เมื่อชุด G-suit ทำงานนักบินคนนั้นก็จะทนได้ 9g ครับ
ชุดต้านแรง g ทำงานโดยรับอาการจาก sensor แล้วส่งลมที่มีแรงดันเข้าไปในชุดและถุงลมก็จะพองรัดร่างกายส่วนล่างบางส่วนใว้




