มีบางอย่างพุ่งทะลุทางช้างเผือกจริงหรือ ? 😮

 ในช่วงหลายเดือนมานี้มีข่าว และมีบทความเกี่ยวกับว่ามีบางสิ่งพุ่งทะลุทางช้างเผือกจนฉีกขาดเป็นรูอะไรทำนองนี้ แต่เนื้อหาจริง ๆ ของเรื่องนี้มันอาจจะไม่ถึงขั้นว่า “พุ่งทะลุ” หรือเป็นรอยฉีกเป็นรอยแยกในทางช้างเผือกแต่อย่างใด และมีหลายบทความก็ได้ทำภาพประกอบให้ดูน่ากลัวเกินจริง

ต้นเรื่องของเรื่องนี้ ก็คือตั้งแต่ปี 2019 (7 ปีที่แล้ว)
Something Strange Punched a Hole in the Milky Way. But What Exactly Is It?
https://www.livescience.com/65483-dark-impactor-could-be-dark-matter.html


ก่อนอื่นขออธิบายเรื่อง Stellar stream ก่อนครับ

ตามภาพที่เห็นนี้ ลักษณะที่เป็นสายธารสีขาวรอบแกแล็กซี่ทางช้างเผือกของเราจะเรียกว่า Stellar stream

Stellar stream คือกระจุกดาวทรงกลมหรืออาจจะเป็น dwarf galaxy ซึ่งถูกอิทธิพลจากความโน้มถ่วงของทางช้างเผือกกระทำ จนกระทั่งลักษณะเดิมซึ่งเป็นกลุ่มก้อนหรือเป็นกระจุกทรงกลมของดาวฤกษ์นั้นได้แตกสลายกลายเป็นดาวฤกษ์จำนวนมหาศาล เคลื่อนที่เป็นสายธารโคจรรอบทางช้างเผือกครับ

Stellar stream นั่นเป็นเรื่องที่ศึกษากันมานานมากแล้ว และตั้งแต่ยุคของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ GAIA ก็ได้ตรวจพบ Stellar stream ในทางช้างเผือกหลายสิบแห่ง แม้กระทั่งแกแล็กซี Andromeda ก็ตรวจพบครับ
https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_stellar_streams


ต่อมาในปี 2006 ได้มีการค้นพบ Stellar stream แห่งหนึ่งชื่อว่า GD-1 ….

ซึ่งนักดาราศาสตร์ถือว่ามีความผิดปกติมาก เนื่องจากเส้นทางและลักษณะของสายธารของการโคจรมีบางช่วงที่ “ขาด” และดูเหมือนกับถูกกระทำจากความโน้มถ่วงอย่างรุนแรง  ซึ่งการถูกตัดขาดช่วงของสายธารดาวฤกษ์นี้เป็นลักษณะของการคล้ายกับการถูก “พุ่งชน” ซึ่งการพุ่งชนนี้สร้างรอยขาด / รอยแยกจากอิทธิพลความโน้มถ่วงที่กว้างมาก

และจากแบบจำลองก็แสดงให้เห็นว่าเกิดจากมวลมหาศาลระดับล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ซึ่งมันก็เป็นไปได้อย่างเดียวก็คือหลุมดำขนาดใหญ่แบบ Supermassive Blackhole  แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานอื่นที่บ่งชี้ถึงหลุมดำเลย ดังนั้นตอนนี้จึงฟันธงได้ก่อนว่าเป็นอิทธิพลจากกลุ่มสสารมืด (Dark matter) ซึ่งเป็นสสารที่มีมวลแต่ตรวจจับไม่ได้มองไม่เห็นครับ

นี่แหละ จึงเป็นที่มาของประโยค “Something Strange Punched a Hole in the Milky Way. But What Exactly Is It?” ซึ่งมันก็ไม่ใช่มีรอยโหว่หรือรูรั่วในทางช้างเผือกของเราแต่อย่างใด มันก็เป็นเพียงแค่ความผิดปกติของ Stellar stream เท่านั้นเอง  และในเพจ facebook ต่างประเทศหลายแห่งก็ทำภาพให้มันเว่อร์วังไปซะอย่างนั้น

หากดึงพลาสมาของดวงอาทิตย์ออกมาเท่าลูกฟุตบอล

plasma ของดวงอาทิตย์มันมีอยู่ตั้งแต่พื้นผิวและลึกลงไปจนถึงในส่วนแกนกลาง (Core) ของมันเลยครับ อุณหภูมิ plasma ก็ตามแต่ละชั้นของดวงอาทิตย์เลย สมมติเราตัก plasma จากใกล้พื้นผิวดวงอาทิตย์ plasma ตรงนั้นก็จะมีอุณหภูมิประมาณ 6,000 ℃  แต่จุดที่สำคัญก็คือ plasma มีความหนาแน่นต่ำมาก ก็คือเฉลี่ยประมาณ 1.408 g/cm³

ดังนั้นถ้าตัก plasma ขนาดเท่าลูกฟุตบอลมาวางไว้ที่ขั้วโลก ด้วยความหนาแน่นที่ต่ำของมันก็จะละลายน้ำแข็งบริเวณนั้นไปนิดเดียวเท่านั้นครับ (โดยที่ไม่สามารถ “เจาะ” พื้นดินลงไปได้เลย)  น้ำแข็งจะละลายเท่าใดก็ประมาณยาก  แต่ผมว่าขนาดประมาณ 1 สนามบาสเกตบอลเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นความร้อน plasma ก็จะหายไปจนหมดสิ้นเพราะว่าความหนาแน่นมันต่ำครับ

แต่หากเป็น plasma ที่บริเวณใกล้แกนกลางดวงอาทิตย์มันจะมีความหนาแน่นสูงขึ้นเป็น 150 g/cm³  และมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 15 ล้าน ℃ …. สภาวะเช่นนี้ถ้าตักมาสัก 1 ลูกฟุตบอล มันจะสามารถแผ่รังสีออกไปทำให้เกิดความร้อน ณ จุดใด ๆ ที่ห่างออกไปมากได้

วิธีการคำนวณโดยคร่าว ๆ สามารถใช้ Stefan–Boltzmann law ได้

แต่ความเป็นจริงแล้ววัตถุใด ๆ ที่ร้อน 15 ล้านองศาและมีขนาดใหญ่ระดับลูกฟุตบอล มันจะทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นปั่นป่วนมากก็คือ บรรยากาศหรืออากาศทั้งหมดรอบนั้นก็จะกลายเป็น plasma และจะเริ่มมีการไหลเวียนของอากาศอย่างรุนแรง ดังนั้น การแผ่รังสีมันก็จะออกจากบริเวณนั้นไม่ได้มากสักเท่าไหร่เนื่องจากอากาศบริเวณนั้นจะเป็นลักษณะเหมือนพายุขนาดย่อมเสียมากกว่า รวมถึงอากาศบริเวณนั้นจะแตกตัวเป็นลักษณะคล้ายฟ้าผ่าอยู่ตลอดเวลาครับ

การสื่อสารของนักบินอวกาศ

วลานักบินอวกาศจะสื่อสารคุยกัน เค้าสื่อสารกันยังไงครับ เพราะบนอวกาศไม่มีเสียง  สื่อสารกันผ่านอะไรครับ พิมพ์ข้อความ ?

ขออธิบายการทำงานของนักบินอวกาศเป็น 2 ส่วนนะครับ

ส่วนแรกก็คือภายในสถานีอวกาศนานาชาติ ISS (Internaltional Space Station) ตามภาพที่เห็นนี้คือภายใน ISS ซึ่งข้างในจะมีอากาศหายใจ ถึงแม้จะเป็นสภาพไร้น้ำหนักแต่ความที่มีอากาศจึงสามารถพูดคุยกันได้ตามปกติครับ เสียงเดินทางได้เพราะเสียงต้องการตัวกลางในการเคลื่อนที่ก็คือโมเลกุลอากาศ


กรณีที่ 2 คือนักบินอวกาศที่เดินบนพื้นผิวดวงจันทร์  ขออธิบายตามภาพนี้ครับน้อง

กรณีที่ 3 คือ Extravehicular activity (EVA) ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานของนักบินภายนอก ISS  กรณีนี้ก็จะเหมือนกับการเดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ ก็คือในชุดจะมีเครื่องส่งวิทยุทำให้สามารถพูดคุยกับนักบินภายใน ISS ได้