“Mcintosh” vs “Macintosh”

วันนี้จะขอเสนอเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับ 2 แบรนด์ใหญ่ของโลกครับ คือ ….  “Mcintosh” และ “Macintosh”


“Mcintosh” และ “Macintosh” นั้นสะกดคล้ายกัน ต่างกันตรงไม่มีตัวอักษร “A” เพียงตัวเดียวเท่านั้น
🛑 “Mcintosh” คือแบรนด์ของเครื่องเสียงระดับ Hi-End สัญชาติอเมริกัน  
🛑 “Macintosh” ก็คือแบรนด์ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่เรารู้จักกันดี  ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์มาเป็น “Mac” แล้ว (ส่วนชื่อ “Apple” คือชื่อบริษัท Apple Computer, Inc.)

การไล่ประวัติศาสตร์ก็ต้องย้อนกลับไปที่ความเก่าแก่ที่สุดก่อน ดังนั้นจึงขอพูดถึงคำว่า McIntosh ก่อนครับ …. ย้อนกลับไปในปี 1811 “John McIntosh” เกษตรกรชาว Canada ได้เข้าไปจัดการที่ดินในป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ Ontario  และได้พบกับต้นแอปเปิ้ลสายพันธุ์หนึ่งซึ่งยังสามารถยืนต้นได้ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างจะโหดร้ายในพื้นดินหลายร้อยไร่แถว ๆ นั้น  ดังนั้น John จึงได้นำต้นแอปเปิ้ลเหล่านั้นกลับมาและพยายามขยายพันธุ์

ต่อมา …. ความพยายามในการขยายพันธุ์ต้นแอปเปิ้ลเหล่านั้นได้ดำเนินมาถึงอีกเกือบ 40 ปีในครอบครัวและญาติมิตรของเขาเอง จนในที่สุดเมื่อแอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้ได้มาถึงอเมริกาและมีชื่อเสียง จึงได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ “McIntosh Red”


ต่อไปจะพูดถึงแบรนด์ McIntosh ครับ
แบรนด์นี้มีชื่อเต็มว่า McIntosh Laboratory เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เสียงระดับ Hi-End แบบ hand made จากอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี 1949 (77 ปีที่แล้ว)

McIntosh เป็นเครื่องเสียงที่มีราคาแพงเสมอมา ราคาโดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 60,000 ถึง 80,000 บาทขึ้นไป จนถึงทั้งชุดเฉียดหนึ่งล้านบาทก็มี  McIntosh มีผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงหลายอย่างในทุกกลุ่ม เช่น CD Player , Pre amplifier , Integrated amplifier จนมาถึงเครื่องเสียงในยุคดิจิตอลก็มี  เช่น DAC , Music streaming

McIntosh โดยมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในยุคของหลอดสูญญากาศครับ ภาพจำที่แสนคลาสสิคของแบรนด์นี้ก็คือ เป็นเครื่องเสียงที่มีด้านหน้าเป็นกระจกสีดำเงาวับ มี VU meter (volume unitmeter) แบบเข็มสีฟ้า และมีแสงไฟแสดงชื่อแบรนด์เป็นสีเขียว

McIntosh 275 คือรุ่นที่ขายดีที่สุดในยุคนั้น (1965 – 1980)


ต่อไปคือแบรนด์ Macintosh
บริษัท Apple ก่อตั้งในวันที่ 1 เมษายน 1976  โดยปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์แบบ PC ในยุค 70 โดยการเปิดตัว “Apple I”  โดยเป็น PC ที่มี UI (User Interface) ที่ใช้งานง่าย และมี Mouse ที่ได้ไอเดียมาจาก Xerox

เครื่อง PC “Xerox Alto” ในปี 1973  ซึ่งจะมี Mouse มาให้ด้วย  ซึ่ง Steve Jobs ก็ได้รับแนวคิด Mouse จากเครื่องนี้  แต่ Steve Jobs ได้ออกแบบใหม่หมดให้มีต้นทุนที่ต่ำลง

หน้าตาเครื่องต้นแบบ Apple I

Macintosh 128K (1984) เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในยุคนั้น


เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1982 …. Steve Jobs เขียนจดหมายถึง McIntosh Laboratory ขอใช้ชื่อ Macintosh โดยเพิ่มตัว A เข้าไปให้เป็น Macintosh แต่คำขอถูกปฏิเสธในตอนแรกเนื่องจากความขัดแย้งด้านเครื่องหมายการค้า  ต่อมาในปี 1986 ทาง Apple ได้มีข้อตกลงและประสบความสำเร็จในการซื้อเครื่องหมายการค้า “Macintosh” ได้อย่างสมบูรณ์ในราคาที่สูงมาก (มีรายงานว่าสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

Targeting pod

จากการปะทะกับไอ้ชั่วเขมรที่ผ่านมา กองทัพอากาศของไทยก็มีพระเอกก็คือเครื่องบินรบของเราที่ไปทิ้งระเบิด “หย่อนไข่” ที่มั่นทางทหาร และตัดกำลังการส่งกำลังบำรุงของไอ้พวกชั่วเขมร ในการทิ้งระเบิดอย่างแม่นยำนี้ กองทัพอากาศได้ใช้ระเบิดนำวิถีดวยเลเซอร์ Paveway II ซึ่งในการนำวิถีด้วยเลเซอร์ที่เครื่องบินจะต้องติดตั้งอุปกรณ์หนึ่งเรียกว่า Targeting pod ครับ


มันเป็นอุปกรณ์สำหรับเล็งเป้าให้อาวุธหลายประเภท อย่างเช่น ระเบิดนำวิถีของเลเซอร์ที่เครื่องบินรบของเราไป “หย่อนไข่” เขมรนั่นแหละครับ ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ Paveway II ของเราก็ใช้ Targeting pod ตัวนี้ใช้เลเซอร์ยิงจี้ไปที่เป้าหมายเขมร

ตัวกล้องตรวจการณ์และชี้เป้าหมายด้วยเลเซอร์จะอยู่ใต้ท้องเครื่องบิน  AT-6TH Wolverine ของ ทอ.เราตามภาพนี้ครับ


ส่วนพระเอกในงานนี้ก็คือระเบิด GBU-12 Paveway II (ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์) ขนาด 500 ปอนด์ …. ซึ่งวิ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยการชี้เลเซอร์จากกล้องดังกล่าว


มีเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับเครื่องบินกองทัพอากาศของเรารุ่นนี้ครับ

ความพิเศษของรุ่น “AT-6TH” …. ทำไมมี  ” TH ” ?  เครื่องบินรุ่นนี้แม้จะเป็นเครื่องบินอเมริกัน แต่รุ่นที่ ทอ.ไทยใช้มีความพิเศษในการผลิตก็คือในการประกอบเครื่องขั้นสุดท้ายในไทยนั้น ไทยได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีบางส่วนโดยเครื่องบินถูกส่งมาแบบชิ้นส่วนและนำมาประกอบขั้นสุดท้ายโดยบริษัทอุตสาหกรรมการบินจำกัด (Thai Aviation Industries – TAI) ที่ตาคลี นครสวรรค์  รุ่นเฉพาะของไทยมีรหัสลงท้าย “TH” หมายถึงรุ่นที่ปรับปรุงระบบและอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของกองทัพอากาศไทยโดยเฉพาะ

ซึ่งไทยถือเป็นลูกค้าต่างชาติรายแรกของโลกที่ได้ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ต่อจากกองทัพอากาศสหรัฐ  เพราะ ทอ.ไทยลงนามในสัญญาจัดซื้อกับผู้ผลิต Textron Aviation Defense ในงาน Dubai Airshow ปี 2021  และก็เป็นการใช้เครื่องรุ่นนี้ในการปะทะหรือสงครามจริงครั้งแรกเหมือนกับ Gripen ด้วย

ว่าด้วย “ร้อนตับแตก”

เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว …. มีคำหนึ่งที่เราได้ยินกันมานานหลายสิบปีก็คือ “ร้อนตับแตก” จึงอยากเสนอเกร็ดความรู้เล็กน้อยถึงที่มาของคำนี้ครับ

บ้านเรือนของไทยในสมัยโบราณย้อนไปได้ถึง 200 – 300 ปีก่อนหน้านี้ก็ใช้ประโยชน์จากต้นไม้บางประเภทมาทำโครงสร้างและส่วนหลังคาครับ อย่างเช่นพวกละครย้อนยุคที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือบ้านเรือนสมัยนั้นจะใช้ไม้ไผ่ทำโครงสร้าง และในส่วนหลังคาก็จะเป็นหลังคามุงจาก

ภาพหลังคามุงจาก


หลังคามุงจากนั้นประกอบมาจาก “ตับจาก”  โดยใช้มุงหลังคาโดยซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ให้หนาเพียงพอที่จะสามารถกันน้ำฝนได้  ตับจากทำโดยนำใบจากมาพับครึ่งกับท่อนไม้ไผ่และใช้หวายธรรมชาติเย็บเข้าด้วยกันจนเป็นตับจาก

ภาพชัด ๆ ของ “ตับจาก”


สำนวน “ร้อนตับแตก” มันก็มาจากการที่ตับจากเมื่อใช้ไปนาน ๆ ถูกความร้อนจนแห้งกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน เมื่อโดนแดดร้อนจัดตับจากซึ่งวางเบียดติดกันและทับกันก็จะขยายตัว และแตกเกิดเสียงดังเปรี๊ยะ

(ภาพผมสร้างจาก Gemini AI)


ต่อไปเป็นสาระของ ต้นจาก
ต้นจาก เป็นพืชจำพวกปาล์มและมันเป็นปาล์มเพียงชนิดเดียวที่เป็นพืชในป่าชายเลนทั้งในบริเวณน้ำจืดและน้ำกร่อย มีลำต้นอยู่ใต้ดิน  ต้นจากเป็นพืชเก่าแก่มากชนิดหนึ่ง มีซากดึกดำบรรพ์ตรวจสอบอายุเก่าถึง 70 ล้านปี

ภาพใกล้ ๆ ของต้นจาก และมี “โหม่งจาก” ที่โคนต้น


ต้นจากจะมีส่วน “ผล” ที่มีเปลือกแข็งเป็นกลุ่มรวมกันเรียกว่า “โหม่งจาก” ซึ่งในโหม่งจะมีเนื้อจากสีขาวนิ่มคล้ายวุ้นข้าง  ใน 1 โหม่งจะมีลูกจากประมาณ 50 – 120 ผล


เนื้อลูกจากที่แกะจากโหม่งจาก ส่วนมากจะนำมาเชื่อมหรือลอยแก้ว


ส่วน “ขนมจาก” นั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อที่แกะจากโหม่งจากตามภาพบนนะครับ แต่จะเป็นการใช้ประโยชน์จากใบจากนำมาห่อไส้ …. ใส้ที่ทำมาห่อทำจากมะพร้าวทึนทึก + มะพร้าวอ่อน + น้ำตาลมะพร้าว ผสมแป้งข้าวเหนียวดำและปรุงรสอร่อยด้วยเกลือและน้ำตาล คนในกระทะให้เข้ากันพอเหนียว ๆ วางห่อในใบจากจากนั้นกล็ดหัวท้ายด้วยไม้กลัด

จากนั้นก็ย่างด้วยไฟอ่อน ๆ ให้ใบจากแห้งและหอมไฟ กลิ่นจากใบจากจะทำให้ขนมหอมเป็นเอกลักษณ์  เนื้อขนมหนึบ ๆ มีความหวานหอมจากน้ำตาลมะพร้าว


เพื่อป้องกันความสับสนขออธิบายตามภาพล่างนี้ครับ …. ก็คือ “ลูกจาก” มาจากต้นจาก ซึ่งขึ้นเฉพาะป่าชายเลนเท่านั้น  ส่วน “ลูกชิด” ที่ใส่ในขนมมันมาจากต้นตาว พบทางป่าดงดิบภาคเหนือเท่านั้นครับ ถิ่นที่อยู่ของต้นไม้ 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างมาก