หมูปิ้ง

” ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ”  เป็นอาหารที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน มั่นใจว่าทุกคนต้องเคยกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างแน่นอนครับ และความอร่อยของมันก็ปฏิเสธไม่ได้ แถมยังอิ่มท้องในราคาที่ไม่แพงเลยด้วย

ปัจจุบันหมูปิ้งของไทยมีอยู่ 2 ประเภท คือ หมูปิ้งโบราณ และ หมูปิ้งนมสด  หมูปิ้งโบราณมีมาหลายสิบปีแล้ว ทำโดยการเอาชิ้นเนื้อและไขมันก้อนมาเสียบไม้สลับกัน โดยมีการหมักด้วยเครื่องเทศพื้นฐานเช่นน้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำตาล กระเทียมพริกไทยแค่นั้นแล้วแต่สูตรของแต่ละเจ้า (ส่วนหมูปิ้งนมสดขออธิบายข้างล่างครับ)


จริง ๆ แล้วกระทู้นี้มีอยู่คำถามเดียวก็คือ ….
” ยุคของการเปลี่ยนผ่านจากหมูปิ้งโบราณไปเป็นหมูปิ้งนมสดในปัจจุบันนี้เกิดขึ้นประมาณช่วงใด “

แต่ก่อนอื่นมาดูถึงวิทยาศาสตร์แห่งความนุ่มของหมูปิ้งนมสดก่อนครับ

หมูปิ้งนมสดที่แพร่หลายกินส่วนแบ่งประมาณ 90% ของจักรวาลหมูปิ้งในไทย ความอร่อยของมันอยู่ที่กระบวนการผลิตครับ  ก็คือไม่ได้เอาหมูชิ้นกับมันหมูแท่งมาสลับกันเสียบไม้แบบหมูปิ้งโบราณ  แต่หมูปิ้งนมสดเอาเนื้อหมูกับมันหมูนำไปบดแบบหยาบและผ่านกระบวนการหมักด้วยนมสด + แป้งมันเล็กน้อย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำให้หมูนุ่มและหอมก็คือ แคลเซียมในนมจะทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ในเนื้อทำให้เกิดการ breakdown หรือ “คลี่คลาย” การยึดเหนื่ยวของโครงสร้างโปรตีนในเนื้อทำให้เนื้อนุ่ม ส่วนแป้งก็จะสร้าง “ชั้นเคลือบ” ที่ผิวเนื้อหมูกักเก็บน้ำตามธรรมชาติของเนื้อสัตว์ขณะที่หมักและย่าง

ดังนั้น จากส่วนผสมของนมสดและแป้งที่ทำหน้าที่ร่วมกัน โครงสร้างโปรตีนก็จะคลายลงและความชุ่มฉ่ำของน้ำตามธรรมชาติในเนื้อหมูก็ยังอยู่ รวมทั้งไขมันในนมเมื่อถูกความร้อนก็จะช่วยให้มีความหอมขึ้น …. ด้วยนี่เองที่ทำให้หมูปิ้งนมสดครองใจทุกคนในจักรวาลหมูปิ้ง 😸😂😊


ยังมีอีก 2 วิธีที่ทำให้เนื้อนุ่มได้ แต่นิยมใช้กันน้อยกว่าก็คือ

1. การหมักด้วย “โซเดียมไบคาร์บอเนต” (Sodium bicarbonate , baking soda)  กลไกการทำงานที่ทำให้เนื้อนุ่มก็คือ ….
🛑 โซเดียมไบคาร์บอเนตทำให้ค่า pH บนผิวของเนื้อสัตว์สูงขึ้น ทำให้โปรตีนบางชนิดเสื่อมสภาพ (denature) กระบวนการ denature ของโปรตีนนี้ทำให้โครงสร้างโปรตีนคลายตัวเนื้อนุ่มขึ้น
🛑 ความเป็นด่าง (Alkaline) ของโซเดียมไบคาร์บอเนตทำให้พันธะภายในโมเลกุลโปรตีนอ่อนตัวลง และเปลี่ยนคอลลาเจนที่เหนียวให้กลายเป็นเจลาตินที่นุ่มขึ้นเมื่อปรุงสุก กลไกนี้จะลดความเหนียวของเนื้อสัตว์


2. การหมักเนื้อด้วย Protease  มันก็คือเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาการ hydrolysis โปรตีนทำให้ได้เป็น peptide ที่สายสั้นลง  เอนไซม์ Protease จะพบในยางและเนื้อเยื่อพืช เช่น มะละกอ สัปปะรด กีวี และแตง melon บางประเภท  สำหรับบ้านเราที่ใช้บ่อยสุดก็คือเอาแกนสับปะรดมาหมักเนื้อซึ่งจะได้ผลดีมาก ได้ทั้งความหวานและเนื้อจะนุ่มลงเร็วมาก

ในวงการอาการ  กระบวนการหมักเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ด้วยผลไม้ นม ไข่ โซเดียมไบคาร์บอเนต buttermilk โยเกิร์ต จะเรียกโดยรวมว่า “Meat Velveting” โดยการใช้กระบวนการต่าง ๆ ตามที่อธิบายไปทำให้เนื้อนุ่มครับ

Demodex หรือที่เราคุ้นเคยกันดี “ไรขนตา”

Demodex นี้  อีกชื่อหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ “ไรขนตา” นั่นเองครับ
https://www.phyathai.com/th/article/2358-รู้จัก_ไรขนตา_สิ่งมีชี

อ้างอิงตามข้อมูลของ พญ.ศศิ ใหญ่สว่าง จักษุแพทย์
https://x.com/DrSasiYaisawang/status/1410786661907062788


ไรขนตา ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา


หากถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ก็จะเป็นแบบ 2 ภาพล่างนี้

สมอง 2 ซีกแยกกันได้ไหม ?

สมอง 2 ซีกของเรานั้นเชื่อมต่อด้วยส่วนของใยประสาทที่เรียกว่า “Corpus callosum” ครับ

corpus callosum นั่นไม่ใช่ส่วนของเนื้อสมอง แต่เป็นส่วนของแผ่นใยประสาทซึ่งเชื่อมสมอง 2 ซีกให้ส่งสัญญาณ + ทำงานประสานสอดคล้องด้วยกันได้


แนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ ใช้ Google แปลเป็นภาษาไทยก็ได้จะได้อ่านสะดวก มันตอบคำถามได้หมดเลยว่าหากแยกสมองซีกซ้าย-ขวาเป็น 2 ก้อนในกะโหลกเดียวกันมันยังจะทำงานได้หรือไม่และทำงานแบบใด
https://neuwritesd.org/2015/08/27/two-brains-in-one-head-the-story-of-the-split-brain-phenomenon/