ขีปนาวุธ (Missile)

จากข่าวสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล + สหรัฐในช่วงนี้ มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คืออาวุธที่เรียกว่า “ขีปนาวุธ” (Missile) ขีปนาวุธที่ยิงได้ไกลระดับพันกิโลเมตร หรือหลายพันกิโลเมตรอย่าง 8,000 – 10,000 กิโลเมตรจะแบ่งเป็น 2 ประเภท


🛑 แบบแรกก็คือ Cruise missile (จรวดร่อน)
Cruise missile นั้นมันเป็นเสมือนเครื่องบินขนาดเล็กครับ ซึ่งตรงด้านท้ายจะมีเครื่องยนต์ Jet เหมือนกับเครื่องบินโดยสารทั่วไป แต่เป็นเครื่องยนต์ Jet ขนาดเล็กแบบวางบนโต๊ะกินข้าวได้เลย  เครื่อง Jet นี้ จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง JP-10 บรรจุในถังที่อยู่ในตัวจรวดเลย ถังก็มีขนาดประมาณ 300 – 400 ลิตร  อย่างเช่นจรวด Tomahawk ก็มีความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 360 ลิตรทำให้มันบินไปได้ไกลถึงเกือบ 2,000 กิโลเมตรครับ

จรวดชนิดนี้จะยาวประมาณ 5 – 7 เมตร ออกแบบให้มีปีกเหมือนกับเครื่องบิน เมื่อเครื่องยนต์ Jet ทำงานมันก็จะบินไปในอากาศเหมือนกับเครื่องบินทั่วไป แต่บริเวณส่วนหัวจะติดตั้งระเบิดขนาดใหญ่ไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นดินระเบิดขนาดประมาณ 300 – 500 กิโลกรัม อำนาจทำลายก็ประมาณว่าถ้ายิงใส่ตึก 6 ชั้นก็จะถล่มได้ทั้งตึก
(ภาพนี้คือจรวด Tomahawk จะเห็นว่ารูปร่างของมันก็คล้ายเครื่องบินนี่เอง)

ขีปนาวุธชนิดนี้ถือว่ามีความอันตรายมาก เพราะมันสามารถบินเตี้ยได้แค่ 50 เมตรจากพื้นดินเท่านั้น (ดังนั้นเรดาร์แทบจะจับไม่ได้) มันบินด้วยความเร็วไม่มากแต่บินได้ไกลระดับ 2,000 กิโลเมตรเลย  ข้างในจะมีอุปกรณ์นำทาง (Navigation system) ครบครัน ก็คือจะมีทั้ง GPS , Gyroscope , Inertia system และอื่น ๆ ที่ช่วยในการนำทางเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

คลิบนี้คือ Cruise missile ของรัสเซียบินผ่าน  จะเห็นว่ามันช้ามากมองตามได้ทัน


และ Cruise missile จะมีระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถกำหนดว่า จะวิ่งไปทางไหนจะลัดเลาะภูมิประเทศอย่างไรก็ได้ รวมถึงจะมีกล้องเพื่อตรวจภูมิประเทศด้านล่างเพื่อให้มัน match กับแผนที่ที่ฝังตัวอยู่ใน computer จรวดครับ …. ด้วยเหตุนี้มันจึงแม่นมาก สามารถยิงได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตรโจมตีเป้าหมายได้มีความผิดพลาดแค่ 5 เมตรเท่านั้น


🛑 แบบที่ 2 คือ Ballistic missiles (ขีปนาวุธทิ้งตัว)  ขออธิบายตามภาพครับ

ขีปนาวุธแบบ Ballistic missiles นี้ก็มีทั้งแบบ Short range , medium range , long range ระยะยิงก็เริ่มตั้งแต่ประมาณ 300 กิโลเมตรไปจนถึง 15,000 กิโลเมตรข้ามทวีปได้เลยครับ  ข้างในจรวดพวกนี้จะไม่ใช้เครื่องยนต์ Jet แต่จะเป็นเครื่องยนต์ไอพ่นเหมือนกับจรวดที่ใช้ส่งดาวเทียม เพราะมันจะต้องขึ้นไปสูงถึงเขตอวกาศ ส่วนมากจรวดชนิดนี้ถ้าเป็นแบบข้ามทวีปก็จะเป็นอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น ไม่ใช่แบบดินระเบิด 300 – 500 กิโลกรัมแบบจรวดร่อน Cruise missile ชนิดบนครับ


ขีปนาวุธข้ามทวีบ “AGNI” ของอินเดีย  ตัวในภาพนี้คือ AGNI-III เป็นแบบ Intermediate-range ระยะยิง 3,000 กิโลเมตร


ส่วนอันนี้คือ LGM-30G Minuteman III intercontinental ballistic missile ของอเมริกา  รุ่นนี้จะมีขนาดสูง 18 เมตร ยิงได้ไกล 14,000 กิโลเมตร

The Great Blue Hole

“Great Blue Hole” เป็นหลุมยุบขนาดใหญ่ในทะเลนอกชายฝั่งประเทศ Belize  ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางแนวปะการัง Lighthouse Reef ซึ่งเป็น Atoll ขนาดเล็กห่างจากแผ่นดินใหญ่เมือง Belize 70 กิโลเมตร  

The Great Blue hole คือที่ศรสีเหลืองชี้


 หลุมมีรูปทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 318 เมตร  และลึก 124 เมตร 

โครงสร้างด้านล่างก็มีลักษณะเป็นหินปูน และหินประเภทอื่น  ถือเป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เสียงน่าพิศวงจากอวกาศ

ในอวกาศเวิ้งว้าง ….. จะมีวัตถุอวกาศหลายประเภทอย่างเช่นดวงดาวต่าง ๆ Nebula หลุมดำ …. ในวงการของฟิสิกส์ดาราศาสตร์จะมีกระบวนการหนึ่งที่จะแปลงลักษณะเฉพาะของวัตถุอวกาศเหล่านั้นมาเป็น “เสียง” ให้เราได้ยินได้ เรียกว่ากระบวนการ Sonification กระบวนการนี้ไม่ใช่เอาอุปกรณ์รับเสียงใด ๆ เช่นไมโครโฟนไปจ่อรออยู่ในอวกาศเพื่อรับเสียงนะครับ แต่เป็นการวิเคราะห์ “แสง” ในย่านความถี่ต่าง ๆ จากวัตถุอวกาศที่เราสนใจ  ซึ่งคาบเวลาในการเปลี่ยนแปลงของแสงที่กล้องโทรทรรศน์ตรวจจับได้ก็นำมาเข้ากระบวนการนี้ และเพิ่มความถี่ให้สูงขึ้นนับล้านเท่า เพื่อจะเป็นเสียงที่เราฟังได้ครับ

ยกตัวอย่างในคลิปนี้ ก็เป็นการวิเคราะห์แสงที่กล้องโทรทัศน์ Hubble รับได้ขณะที่เล็งไปยัง Butterfly Nebula …. จะสังเกตได้ว่าเมื่อเส้นเริ่มกวาดไปที่หางของ Nebula และเริ่มเข้าช่วงกลางของ Nebula ก็เหมือนกับการโหมโรงของวงซิมโฟนี เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดแสงที่มากมายในย่านนั้น และเมื่อเส้นกวาดไปที่ดาวฤกษ์ในทางช้างเผือกของเรา (จุดสว่างสีเหลือง) ก็เป็นเสียง spike “ปิ๊งงง” ขึ้นมาครับ ดูตามคลิปนี้ครับ


มีอีกคลิปหนึ่งที่ทาง NASA ผลิตออกมาเองเลยครับ ที่น่าสนใจก็คือใช้กระบวนการ Sonification แสดงประวัติศาสตร์ของการค้นพบดาวฤกษ์นอกระบบสุริยะ โดยเสียงที่ได้ยินนี้แต่ละความถี่ของเสียงคือระยะเวลาการโคจรของดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์รอบดาวฤกษ์แม่ของตนเอง (Orbital period) ฟังแล้วก็ทั้งไพเราะ สร้างแรงบันดาลใจให้ความตื่นตาตื่นใจไปแบบหนึ่ง